“ประมาณนั้นขอรับ ความจริงก่อนราชโองการจะมาถึงหนึ่งวัน ข้าก็รู้แล้วว่าท่านใต้เท้าจะได้เลื่อนตำแหน่ง เพียงแต่ไม่คิดว่าท่านจะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองกว่างหลิง ต่อไปขอท่านใต้เท้าช่วยดูแลข้าด้วยนะขอรับ!”
เฉียนเหวยยงกล่าวพลางยิ้ม
“ท่านเฉียนกล่าวเช่นนี้ก็ห่างเหินกันเกินไปแล้ว พวกเราล้วนเป็นคนกันเอง จะพูดเรื่องช่วยดูแลอะไรกันอีก”
หวงจวิ้นเซิงทำท่าราวกับเป็นสหายสนิท
บัดซบ! พอนึกว่าเจ้าหมอนี่ได้เกาะขาทองคำก่อนเขา ใจก็หงุดหงิดขึ้นมาอย่างยิ่ง
ชั่วพริบตาถัดมา
ทั้งสองสบตากัน คล้ายมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกันในยามตกที่นั่งลำบาก... ถุย! เป็นความรู้สึกที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยปากต่างหาก ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตา
ราชโองการฉบับเดียวแต่งตั้งเขาเป็นเจ้าเมืองกว่างหลิง ส่วนเฉียนเหวยยงก็เข้ารับตำแหน่งเดิมของเขา ไม่ต้องจัดการส่งมอบงานอะไรให้ยุ่งยาก ความชำนาญงานของเจ้าหมอนี่เหนือกว่าเขาเสียอีก อยากออกเดินทางเมื่อใดก็ไปได้ทุกเมื่อ
แต่เขาไม่ได้จากไปทันที เมื่อก่อนตอนเดินทางมารับตำแหน่งพร้อมลูกพี่ลูกน้อง มีม้าแค่สองตัวกับสัมภาระอีกสองห่อก็ออกเดินทางได้แล้ว
ทว่าตอนนี้ทำเช่นนั้นไม่ได้ ที่บ้านมีซิ่วเหนียงเพิ่มมาอีกคน บัดนี้ในกระเป๋ามีเงินแล้ว พอไปถึงเมืองกว่างหลิง เขาก็ตั้งใจให้ลูกพี่ลูกน้องไปซื้อคนรับใช้จากโรงจัดหาคนกลับมาสักสองสามคน จะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ซิ่วเหนียงเองก็ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยมากนัก เขาถึงขั้นถามนางเป็นการส่วนตัวด้วยว่าในอำเภอมีบ้านไหนที่ถูกตาต้องใจหรือไม่ เขาจะช่วยเป็นแม่สื่อให้ ทั้งยังมอบเงินให้นางสักก้อน ต่อไปนางจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองไปตลอดชีวิต
