“สหายเอ๋ย โลกของผู้ฝึกยุทธ์เราไม่อาจใช้ความคิดแบบคนธรรมดามาทำความเข้าใจได้ พออยู่ไปนานเข้าก็จะเข้าใจเอง”
“ก่อนหน้านี้เจ้าเผลอกินสมบัติล้ำค่าฟ้าดินบางอย่างเข้าไป พละกำลังจึงเพิ่มขึ้น เหมาะแก่การฝึกกายพอดี อีกไม่นานท่านลุงใหญ่ของข้าก็จะมา ถึงตอนนั้นข้าจะขอเคล็ดวิชาฝึกกายจากท่านลุงใหญ่ให้เจ้า หากมีเวลาก็ฝึกดู”
ฟางถงตบไหล่เขา พลางกล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึมราวผู้เฒ่า
“แบบนี้...จะเหมาะหรือ? ไม่ใช่ว่าวิชาประจำตระกูลห้ามถ่ายทอดให้คนนอกหรือ?”
หวงจวิ้นเซิงได้ยินเช่นนั้นก็ซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง นี่สิถึงจะเป็นสหายที่ดี!
เขาแค่สวมบทเป็นลี้คิมฮวง แต่คนผู้นี้นี่แหละลี้คิมฮวงตัวจริงเสียงจริง!
“ก็ไม่ถึงกับอย่างนั้น วิชาที่ท่านลุงใหญ่ฝึกไม่ใช่วิชาลับประจำตระกูล แต่เป็นวาสนาของตัวท่านเอง เคล็ดวิชาระดับสูงหลายเล่มของสำนักฉินเทียนก็เป็นท่านลุงใหญ่ที่นำออกมา”
ฟางถงโบกมือ กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
หวงจวิ้นเซิงพยักหน้าเข้าใจ มิน่าเล่ากลิ่นอายเคล็ดวิชาของฉีเหิงที่เขาสัมผัสได้ถึงไม่เหมือนกับของฉีเยว่ เคล็ดวิชาของฉีเหิงเที่ยงตรงสงบเยือกเย็น ส่วนของฉีเยว่กลับราวกับเปลวเพลิง แม้แต่ปรากฏการณ์ของเคล็ดวิชาก็ยังต่างกัน
ต้องยอมรับว่าลี่โม่ผู้นั้นแข็งแกร่งอย่างแท้จริง แม้ถูกหลายคนรุมโจมตี กระบวนท่าก็ยังดุดันเปิดเผย ไม่มีท่าทีว่าจะยอมผ่อนมือเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ยอดฝีมือจากสำนักฉินเทียนหลายคนโจมตีถูกตัวลี่โม่ บาดแผลของมันก็ยังฟื้นฟูได้เอง ยิ่งไปกว่านั้น เขารู้สึกว่าทุกครั้งที่ลี่โม่ได้รับบาดเจ็บ การโจมตีของมันก็จะรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
นี่มันนักเลงเลือดเหลือน้อยยิ่งตีแรงชัด ๆ
ดูจากสถานการณ์แล้ว ศึกนี้คงต้องสู้กันจนฟ้าดินดับสูญกว่าจะตัดสินแพ้ชนะได้
