“อีกาแห่งกลางวัน” ฉีจือเมี่ยว
อวิ๋นจงเฮ่อหรี่ตาลงเล็กน้อย มองฉีจือเมี่ยวที่อยู่ตรงหน้า โจวสุยเฟิงก็เดินมายืนข้างอวิ๋นจงเฮ่อเงียบ ๆ พลางส่งสายตาขอร่วมกลุ่ม ด้านหลังทั้งสองปรากฏเงาธรรมสองสาย หนึ่งเป็นกระบี่ใหญ่เปล่งแสงสีน้ำเงิน อีกหนึ่งเป็นงูเหลือมสีเขียวตัวมหึมา
คนหนุ่มสาวไม่ค่อยได้ยินนามอีกาแห่งกลางวัน ฉีจือเมี่ยว ทว่าผู้เฒ่าที่โลดแล่นในยุทธภพมานานเกิน 50 ปี ต่างคุ้นหูชื่อนี้ราวกับฟ้าร้อง
ประการหนึ่ง เพราะฉีจือเมี่ยวในนามอีกาแห่งกลางวันมีฝีมือร้ายกาจจริง ๆ เมื่อ 60 ปีก่อน ตอนยังอยู่ขั้นกุมแก่น เขากล้าบุกเดี่ยวล้างสี่สำนักเจ็ดพรรคแห่งเหิงโจว ในจำนวนนั้นยังมีผู้เชี่ยวชาญขั้นควบรวมลักษณ์อยู่ไม่น้อย
แต่เรื่องที่ผู้คนรู้จักกันมากที่สุด กลับเป็นเรื่องที่เจ้าหมอนี่ไปพัวพันกับเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเทพโอสถ จนประมุขสำนักเทพโอสถเดือดดาล วิ่งไปท้าประลองกับจักรพรรดิไท่คังถึงนครหลวง ได้ยินว่าการต่อสู้ครั้งนั้นประมุขสำนักเทพโอสถเกือบเอาชีวิตไม่รอด
นับจากนั้นเจ้าหมอนี่ก็เก็บตัวเงียบสนิท มีข่าวลือว่าถูกขังให้อยู่แต่ในบ้าน ช่วยภรรยาสั่งสอนบุตร ใครจะคิดว่าเขาจะมาถึงที่นี่ แถมยังเข้าสู่ขั้นควบรวมลักษณ์แล้วด้วย
หวงจวิ้นเซิงซึ่งคอยคุ้มกันอยู่ด้านหลังฉีจือเมี่ยว มองฉีจือเมี่ยวที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหน้าตนอย่างประหลาดใจ พี่ฉีผู้นี้เป็นยอดฝีมือที่มีฉายาด้วยแฮะ
“พูดมากเสียจริง...”
“ท่านอาหก!”
ฉีจือเมี่ยวสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง จึงเลิกเสียเวลาพูดกับชายวัยกลางคนทั้งสอง แล้วตะโกนขึ้นไปบนฟ้าฉับพลัน
ตูม!
“พรวด!” x2
อาณาเขตหลากสีสันสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้น ก่อนฟาดใส่ชายวัยกลางคนทั้งสองอย่างหนักหน่วง ส่งร่างพวกเขากระเด็นกระอักเลือดราวกับหัวฉีดน้ำ แล้วร่วงลงข้างบุตรสาวของตน
