“หยุดเดี๋ยวนี้!!”
ฟางถงพาคนจากสำนักฉินเทียนแทรกฝูงชนเข้ามา เห็นชาวยุทธ์สองฝ่ายกำลังฟาดฟันกันอย่างดุเดือด เขาสูดหายใจลึก ตั้งใจจะตะโกนห้าม ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกายเสียก่อน ทำเอาเขาสะดุ้งโหยง
พอหันไปก็เห็นหวงจวิ้นเซิงถกแขนเสื้อขึ้นแล้ว ตะเบ็งเสียงสุดกำลัง
“ขุนนางชั่ว! ที่นี่ไม่ใช่ธุระของพวกเจ้า ไสหัวไป!”
สตรีชุดขาวที่ก่อนหน้านี้แย่งบุรุษกันในโรงเตี๊ยม ฟาดกระบี่กับคู่แค้นไปหนึ่งกระบวนท่า ก่อนหันมาตวาดเขาอย่างหยิ่งผยอง แล้วหันกลับไปฟาดฟันกับคู่แค้นอย่างดุเดือดต่อ ดูก็รู้ว่าเติบโตมาอย่างเอาแต่ใจ
ชาวยุทธ์รอบข้างที่กำลังฟาดฟันกันอยู่ต่างทำราวกับไม่ได้ยินเสียงเขา ยังคงต่อสู้กับคู่ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย
(⊙_⊙)
หวงจวิ้นเซิงถูกสตรีผู้นั้นตวาดใส่จนชะงักงัน เขาหันมองฟางถงกับฉีจือเมี่ยวที่อยู่ข้างกาย ชาวยุทธ์พวกนี้ไร้กฎหมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ฟางถงกับฉีจือเมี่ยวนิ่งเงียบ ชาวยุทธ์พวกนี้ไร้กฎหมายถึงเพียงนั้นจริง ๆ
ความสัมพันธ์อันเลวร้ายระหว่างยุทธภพกับราชสำนักไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว
“เฮ้ย! ข้าทนไม่ไหวแล้ว ลุยเลย!”
“ลุย!”
หวงจวิ้นเซิงเข้าใจความหมายของทั้งสอง เขาสะบัดมือด้วยโทสะพลุ่งพล่าน ฟางถงจึงนำคนจากสำนักฉินเทียนกับทหารประจำจวนกรูกันเข้าไป หวงจวิ้นเซิงฉวยโอกาสล้วงตั๋วเงินหนาปึกหนึ่งจากอกเสื้อ แล้วเหวี่ยงใส่สตรีสองคนที่กำลังฟาดฟันกันเต็มแรง!
“บุปผาสวรรค์โปรยปราย!”
“เงิน! รีบเก็บเร็ว...”
เพียะ!
ตั๋วเงินหนาสองปึกฟาดใส่ใบหน้าของสตรีทั้งสองอย่างจัง บดบังสายตาพวกนางจนมิด
