“ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ดูท่าท่านอ๋องเซียงคงไม่ได้มีแค่...”
“เฮ้! พี่ใหญ่ ข้าว่าเราส่งข่าวไปเมืองหลวง ให้ฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยดีกว่า”
เห็นฟางถงกำลังจะพูดเรื่องที่ตนไม่อยากรู้ขึ้นมาอีก หวงจวิ้นเซิงจึงรีบโบกมือห้ามปราม
ท่านอ๋องเซียงคิดจะทำอะไร เขาไม่รู้ และก็ไม่อยากรู้ด้วย
เขาแค่อยากผ่านช่วงเริ่มต้นไปอย่างสงบเท่านั้น การปะทะกันของยอดฝีมือระดับสูงเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเข้าไปยุ่งได้
เขาพบว่าพี่ใหญ่คนนี้ออกจะซื่อตรงเกินไป ดูจากท่าทางแล้วคงคิดจะลองปะทะกับท่านอ๋องเซียงเสียแล้ว
อย่าทำอะไรหุนหันเด็ดขาด
มีบิดาคอยคุ้มครอง พี่อาจไม่เป็นอะไร แต่พวกตัวเล็กตัวน้อยอย่างพวกเรารับน้ำหนักของท่านอ๋องผู้หนึ่งไม่ไหวหรอกนะ
“ใช่ ๆ! ไม่ว่าท่านอ๋องเซียงจะเป็นอย่างไร ก็ทรงเป็นพระอนุชาของฝ่าบาทในปัจจุบัน ไม่ว่าพระองค์คิดจะทำสิ่งใด ให้ฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยย่อมเหมาะสมกว่า เรื่องสืบสวนไม่ใช่หน้าที่ของพวกเรา”
เฉียนเหวยยงที่อยู่ข้าง ๆ ก็พอเดาเรื่องราวได้ จึงรีบพยักหน้าเห็นด้วย
แม้เขาจะไม่รู้ฐานะของนายกองร้อยฟางผู้นี้ แต่จากบทสนทนาของทั้งสองเมื่อครู่ เขาก็เดาได้แล้วว่านายกองร้อยฟางต้องมีภูมิหลังไม่ธรรมดา
คนที่มีความกล้าพอจะสืบเรื่องท่านอ๋องผู้หนึ่ง กระทั่งสามารถปะทะกับท่านอ๋องได้ นั่นก็เป็นเรื่องของเขา
แต่พวกเขาไม่มีความสามารถเช่นนั้น ทวดของเขาเองก็เคยเป็นขุนนางขั้นสามในเมืองหลวง ทว่าเรื่องนั้นผ่านมาสองชั่วคนแล้ว ตอนนี้ตระกูลเฉียนของเขามีอิทธิพลอยู่บ้างเพียงเล็กน้อยในอำเภอหวยหย่วนเท่านั้น
เดี๋ยวนี้เขายังไม่กล้าพูดด้วยซ้ำว่าตนเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวอำเภอหวยหย่วน หากท่านอ๋องเซียงคิดจะทำการใหญ่ แล้วเล็งเป้ามาที่เขาขึ้นมาจะทำอย่างไร
