“จริงสิ พี่ชาย วันนี้เจ้ามาเพราะเรื่อง【เคล็ดวิชาล่องลอย】หรือ?”
เห็นเจ้าหมอนี่ทำท่าจะสาธยายเรื่องราวนอกตำราให้ฟังอีกแล้ว หวงจวิ้นเซิงจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
ก่อนจะรู้ว่าเรื่องราวนอกตำราเหล่านั้นอาจไม่ใช่เรื่องนอกตำราอย่างที่คิด ฟังไว้ก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เขาพอเดาได้แล้วว่าเรื่องพวกนั้นมีโอกาสเป็นประวัติศาสตร์ที่เล่าขานในหมู่ชาวบ้านเสียมากกว่า จึงไม่กล้าฟังอีก
ยิ่งรู้มากก็ยิ่งตายเร็ว เจ้าหมอนี่มีคนคอยหนุนหลังอยู่เบื้องบน แต่เขาไม่มีเสียหน่อย!
“เฮ้ย! ถ้าเจ้าไม่พูด ข้าก็ลืมไปแล้ว วันนี้ข้ามาเพื่อช่วยให้เจ้าหลุดพ้นจากห้วงทุกข์ต่างหาก!”
ฟางถงตบหน้าผากตัวเอง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนกลับมา สำนักฉินเทียนยุ่งมาก จนเขาลืมเรื่องนั้นไปจริง ๆ เมื่อเช้านี้ทางเมืองกว่างอันส่งข่าวมาว่าอาจมีคนปลอมตัวเป็นหลี่สวินฮวน เขาถึงได้นึกขึ้นได้ว่าเคยรับปากน้องชายว่าจะช่วยให้หลุดพ้นจากห้วงทุกข์
“หลุดพ้นจากห้วงทุกข์อะไร? ข้าไม่เห็นว่าตัวเองทุกข์ตรงไหนเลย” (⊙_⊙)?
หวงจวิ้นเซิงเอียงศีรษะ มองเขาด้วยสีหน้าฉงน เขาเองก็นึกขึ้นได้เหมือนกันว่า ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่อำเภอเหอเถียน ฟางถงเคยพูดถึงเรื่องนี้อยู่ครั้งหนึ่ง แถมยังถามด้วยว่าฝีมือวาดภาพของเขาเป็นอย่างไร
ผ่านมาตั้งนานแล้ว เจ้าหมอนี่กลับยังจำได้
“เจ้าไม่อยากหลุดพ้นจากกรงเล็บของนางมาร...แค่ก ๆ องค์หญิงฉางหนิงหรือ?”
ฟางถงมองเขา
“...เจ้ามีวิธีหรือ?”
หวงจวิ้นเซิงมองเขาอย่างตื่นเต้น
พูดตามตรง นอกจากอายุจะมากไปหน่อย แล้วก็สำส่อนอยู่บ้าง องค์หญิงฉางหนิงก็แทบไม่มีข้อเสียอะไร หน้าตาก็มี รูปร่างก็มี นิสัยใจกว้าง แม้จะเอาแต่ใจแบบองค์หญิงอยู่บ้าง แต่ในสายตาเขามันไม่ใช่นิสัยแปลกอะไร นางถูกจักรพรรดิไท่คังกับพระพันปีเลี้ยงดูตามใจมาตั้งแต่เล็ก บรรดาองค์ชายและองค์หลานชายยังไม่ได้รับความโปรดปรานเท่านางเลย นางจะเอาแต่ใจอยู่บ้างก็เป็นเรื่องปกติ
