การต่อสู้บนฟากฟ้าดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง ทว่าในสายตาของปุถุชนที่มีสายตาไม่ค่อยดีนัก กลับเห็นเพียงเงามังกรยักษ์สองร่างปะทะกัน ทุกครั้งที่ชนกันไม่เพียงเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ยังให้ความรู้สึกราวกับท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมา
ทว่าในสายตาของยอดฝีมือทั้งหลาย ภาพที่เห็นกลับแตกต่างออกไป
เซียงอ๋องอู่ลี่หมิงกับฉินอ๋องอู่ตี้ต่างถือกระบี่เล่มใหญ่ไว้ในมือ เงากระบี่ทับซ้อนกันอยู่ภายในเงาร่างมังกร ทั้งสองใช้กระบวนท่ากระบี่แบบเดียวกัน แม้มารดาจะคนละคน แต่บิดาเป็นคนเดียวกัน ไม่ว่าชื่อวิชากระบี่จะเปลี่ยนไปอย่างไร ก็ล้วนสืบทอดมาจากบิดาคนเดียวกัน กระบวนท่าจึงยังเป็นแบบเดิม
แต่เคล็ดวิชาที่ทั้งสองฝึกฝนนั้นแตกต่างกัน กระบี่แบบเดียวกันเมื่ออยู่ในมือเซียงอ๋องกลับแผ่กลิ่นอายมารอันเข้มข้น ส่วนในมือฉินอ๋องกลับเปี่ยมด้วยแสงสว่างและคุณธรรม ประกายกระบี่สีดำกับสีทองสลับไขว้กันกลางอากาศ พลังอันแข็งแกร่งทำให้ท้องฟ้าเหนือเมืองกว่างหลิงกลายเป็นเขตห้ามบิน ผู้ใดมีระดับฝึกตนไม่ถึงขั้นทะลวงฟ้าระดับเก้า หากขึ้นไปก็มีแต่ตาย ต่อให้เป็นขั้นทะลวงฟ้าระดับแปดก็ยังไม่ได้
หวงจวิ้นเซิงซึ่งเป็นเพียงไก่อ่อนขั้นกำเนิดฟ้า ย่อมมองการต่อสู้ภายในเงามังกรยักษ์ไม่ชัด ตอนแรกเขามองมังกรยักษ์สองร่างปะทะกันบนฟ้าแล้วรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ฉากถล่มภูผาพลิกปฐพี ตะวันจันทรามืดมิด จนทะเลเหือดแห้งหินผุพังนั้นเร้าใจกว่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เสียอีก
แต่...
เงามังกรยักษ์สองร่างวนเวียนสู้กันอยู่ไม่กี่กระบวนท่า
ดังคำกล่าวที่ว่า ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งมีฉากไคลแมกซ์สักสิบถึงยี่สิบนาทีก็พอแล้ว หากเข้มข้นอยู่ตลอด ผู้ชมย่อมรู้สึกเบื่อหน่ายได้ง่าย
