“อ้อ! พอเข้าใจอยู่บ้างแล้ว”
หวงจวิ้นเซิงพยักหน้า เขาพอจะเดาสาเหตุได้คร่าว ๆ
จะว่าไปแล้ว ปฐมจักรพรรดิก็เจ้าเล่ห์ไม่น้อย ตอนสถาปนาราชวงศ์ต้าเฉียน มีผู้มีความชอบที่ยังมีชีวิตอยู่รอบกายมากเกินไป จะไม่ปูนบำเหน็จก็ไม่ได้ แต่ถ้าแบ่งตำแหน่งละเอียดเกินไปก็อาจกระทบความสามัคคี จึงตัดสินใจว่าผู้มีความชอบใหญ่หลวงให้เป็นกั๋วกง ส่วนผู้มีความชอบน้อยลงมาก็ให้เป็นโหว
แต่จู่ ๆ มีเหล่ากงและโหวเพิ่มขึ้นมากมาย ย่อมเกิดปัญหาไม่ช้าก็เร็ว ปฐมจักรพรรดิจึงคิดแผนหนึ่งขึ้นมา ปล่อยให้เหล่ากงและโหวแย่งชิงเขตแดนกัน ใครที่ทำตัวว่านอนสอนง่าย ไม่ก่อเรื่อง พระองค์ก็จะไม่แตะต้องเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีต แต่ถ้าใครได้เขตแดนมากขึ้นแล้วเริ่มลำพองใจ คิดการไม่สมควรขึ้นมา ก็อย่าหาว่าพระองค์ไม่เกรงใจ
ในฐานะผู้นำ ต้องให้รางวัลและลงโทษอย่างชัดเจน เมื่อเจ้ามีความชอบ ข้าก็มอบรางวัลให้แล้ว เมื่อเจ้าทำผิด ข้าจะไม่ลงโทษได้อย่างไร?
นี่คือความมั่นใจในพลังของปฐมจักรพรรดิอย่างแท้จริง ไม่อย่างนั้นพระองค์จะเปลี่ยนพระนามเป็นอู่อู๋ตี๋ไปทำไม?
ก็เพราะไร้เทียมทานไม่ใช่หรือ?
หลังจัดการเหล่ากงและโหวไปจำนวนมาก คนที่ยังเหลือรอดอยู่ย่อมจดจำไว้เป็นบทเรียน พวกเขาจะแย่งชิงเขตแดนหรือกอบโกยผลประโยชน์ก็ได้ แต่ห้ามคิดการไม่สมควร ธรรมเนียมอันดีงามนี้ตกทอดมาถึงจักรพรรดิไท่คังในปัจจุบันอย่างครบถ้วน ไม่ว่าตำแหน่งในเมืองหรือแคว้นใดจะเป็นของลูกหลานตระกูลไหน ตราบใดที่ไม่ก่อเรื่อง ไม่ทำให้พระพักตร์ของเราต้องเสีย และไม่ทำให้ถุงเงินของเราพร่อง เราก็จะไม่ยุ่งทั้งนั้น...
จักรพรรดิไท่คังอาจไม่เก่งกาจเท่าปฐมจักรพรรดิ แต่อย่างไรก็เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งใต้หล้า ความทะนงตนและบารมีข่มขวัญเช่นนี้ย่อมมีอยู่
