“ฮึ! นิสัยถอดแบบมาจากหญิงผู้นั้นทุกกระเบียด ใครจะไปรู้ว่าเจ้าคิดถึงลูกสาวหรือคิดถึงนางกันแน่ จนป่านนี้ยังเรียกนางว่าเสี่ยวเมิ่งอยู่ได้”
พระชายาฉินอ๋องมองอู่ตี้ด้วยสายตาราวกับรู้เท่าทันทุกอย่าง อย่ามาแก้ตัวเลย ต่อให้แก้ตัวอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
“...เอาละ ๆ เดี๋ยวข้าจะให้คนเก็บภาพนั้นเสียดีหรือไม่ มาเถิด ต่อให้จะโกรธก็ต้องกินผลวิญญาณก่อนค่อยโกรธ...”
อู่ตี้เห็นสายตาของภรรยาแล้วปวดหัวขึ้นมา ได้แต่ข่มใจปลอบนางต่อไป
จะหาว่าเขาเป็นชายเจ้าชู้หรือชายต่ำช้าก็แล้วแต่ฟ้าดินเป็นพยาน เขาไม่ได้มีใจรักใคร่ฉันชู้สาวต่อเสี่ยวเมิ่งเลย สิ่งที่มีคงคล้ายความผูกพันฉันพี่น้องเสียมากกว่า
เมื่อครั้งออกท่องยุทธภพ เขาพบเสี่ยวเมิ่งในคราบปลอมแปลง ต้องบอกว่าการปลอมตัวของนางแนบเนียนยิ่งนัก ทั้งหนวด ลูกกระเดือก หน้าอกแบนราบ ทั่วร่างไม่มีลักษณะของสตรีแม้แต่น้อย เขาจึงมองเสี่ยวเมิ่งเป็นพี่น้องมาโดยตลอด ทั้งสองถึงกับสาบานเป็นพี่น้องร่วมสาบานต่างสายเลือดกันในตอนนั้น
พูดถึงแล้ว พี่น้องสนิทสนมกัน จะนั่งคุยกันใต้แสงเทียนจนดึกดื่นหรือจะนอนเตียงเดียวกันก็เป็นเรื่องปกติมิใช่หรือ?
ใครจะรู้ว่าวันหนึ่ง พี่น้องร่วมสาบานของเขากลับเป็นสตรี และเขายังพลั้งพลาดทำเรื่องที่บุรุษทั่วหล้าล้วนเคยทำลงไปเพราะเมามาย...
ที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่าคือ แม้จะบรรลุขั้นทะลวงฟ้าเจ็ดชั้นแล้ว ยังพลาดท่าครั้งเดียวก็ตั้งครรภ์ได้
เรื่องเช่นนี้เล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีผู้ใดเชื่อ แต่กลับเกิดขึ้นจริง ๆ
แม้จะรู้ว่าพี่น้องร่วมสาบานเป็นสตรี และยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น เขาก็รู้ชัดแก่ใจว่าไม่ได้รักเสี่ยวเมิ่ง มีเพียงความผูกพัน และเป็นความผูกพันฉันพี่น้องเท่านั้น
