“อืม” เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงขานรับเบา ๆ
เมิ่งอู๋บ่นว่า “ช่วงนี้ฝนตกบ่อยนะคะท่าน ถ้ารู้สึกไม่สบายก็เรียกหมอมาดูนะคะ”
เซี่ยจี้เงียบไป
เขาไม่ชอบให้ใครพูดถึงเรื่องขาของตน
เมิ่งอู๋ไม่ได้พูดอะไรต่อ เก็บกระเป๋าเดินทางเสร็จก็นำไปวางไว้ตรงหน้าประตู จากนั้นก็มานวดขาให้เขา
เซี่ยจี้เผลอหันไปมองนางอีกครั้ง
ตอนอยู่บ้าน เมิ่งอู๋ชอบใส่ชุดอยู่บ้านสบาย ๆ เนื้อผ้านุ่ม สีเรียบง่าย ผมก็แค่รวบลวก ๆ มัดไว้ด้านหลัง ไม่แต่งหน้า แต่ยังคงสวยจนน่าตกตะลึง
พอนวดขาให้เขาบ่อยเข้า นางก็ไม่ตั้งใจเหมือนช่วงแรกนัก ท่าทางออกจะเอื่อยเฉื่อย บางครั้งยังหันไปดูโทรศัพท์ด้วย
โทรศัพท์วางตั้งไว้ข้าง ๆ กำลังเปิดคลิปสั้น นางจึงต้องยื่นมือไปเลื่อนหน้าจอเป็นระยะ
ให้ความรู้สึกถึงชีวิตประจำวันอย่างเต็มเปี่ยม
ความจริงแล้วทั้งสองคนรู้จักกันได้ไม่นาน จากวันแรกที่พบกันจนถึงตอนนี้ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนด้วยซ้ำ แต่กลับดูสนิทสนมกันราวกับรู้จักกันมานาน
นางเป็นธรรมชาติมาก
ท่าทีเช่นนี้ส่งผลให้เซี่ยจี้พลอยผ่อนคลายลงไปด้วยโดยไม่รู้ตัว
บางครั้งเมื่อรู้ตัว เขาก็จะปรับท่าที แต่ไม่นานก็เผลอปล่อยตัวตามสบายอีกครั้ง
ไม่ควรเป็นเช่นนี้
เซี่ยจี้คิด
เหตุผลบอกเขาว่าควรรักษาระยะห่างจากเมิ่งอู๋ แต่เขากลับไม่ได้ทำอะไรเลย
วันรุ่งขึ้น เมิ่งอู๋ก็จากไป
วิลล่ากลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
บทที่เมิ่งอู๋รับในครั้งนี้คือหญิงมาร บทไม่มากแต่ก็ไม่น้อย พัวพันกับกลุ่มตัวละครเอกตั้งแต่ต้นจนจบ และกว่าจะถึงฉากจบของนางก็เป็นช่วงท้ายเรื่องแล้ว
นางลากกระเป๋าเดินทางไปกองถ่ายพร้อมกับเทาอี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางถ่ายละคร เทาอี้ย่อมต้องตามไปด้วยอยู่แล้ว
