ตั้งแต่คลอดลูก ฮั่วเซียวก็พยายามหาทางบำรุงร่างกายนางอยู่เสมอ ทั้งไก่ เป็ด ปลา เนื้อสัตว์ ล้วนหามาให้นางกินอย่างสุดความสามารถ
บำรุงกันเช่นนี้ น้ำนมของเมิ่งอู๋จึงมีมากพอ แม้จะมีลูกสองคนก็ยังเลี้ยงไหว ปัญหาเดียวคือช่วงที่ลูกยังเล็ก พวกเขากินน้อยแต่นอนนาน ทำให้นางคัดเต้านมจนปวด ฮั่วเซียวจึงต้องช่วยนางอยู่บ่อยครั้ง
ตอนแรกเมิ่งอู๋ยังเขินอาย แต่ทำไปทำมาก็ชินไปเอง
ฮั่วเซียวกระซิบว่า “รู้แล้ว”
เมื่อมีคนเพิ่มเข้ามาในห้องฝั่งตะวันตก ทั้งสองจึงต้องระมัดระวังท่าทางกันมากขึ้น กลับเพิ่มความเร้าใจขึ้นมาอีกหลายส่วน
เตียงใหม่ทนทานดี ไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย ส่วนเตียงตัวเดิมที่ซ่อมไปซ่อมมาหลายครั้งถูกย้ายไปไว้ในห้องฝั่งตะวันตก เตียงตัวนี้ทำมาแข็งแรง แถมยังกว้างขวางกว่าเดิมมาก
เมิ่งอู๋แทบหายใจไม่ทัน หัวใจเต้นรัวอย่างรวดเร็ว
ต่อมาเมื่อลูกส่งเสียงอ้อแอ้เรียกหานม ฮั่วเซียวก็ลุกขึ้นอุ้มลูกมาวางไว้ข้างกายเมิ่งอู๋
“ท่านอย่า...” เมิ่งอู๋กระซิบ เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “ก็ไม่ได้ขัดขวางไม่ให้เจ้าป้อนนมลูกนี่”
“เจ้าหนูตัวแสบ พรุ่งนี้กลางคืนให้ไปนอนกับทวดของเขาเสีย” เขาพูดเสียงเบา
เมิ่งอู๋แย้งว่า “ไม่ได้ แล้วกลางดึกเขาหิวนมจะทำอย่างไร”
หรือจะให้ผู้เฒ่าทั้งสองอุ้มลูกกลับมาให้ทุกครั้ง แบบนั้นก็น่าอายเกินไปแล้ว
“ก็จริง” ฮั่วเซียวถอนหายใจ ก่อนพูดต่อว่า “รอให้ครบหนึ่งขวบแล้วค่อยให้พวกเขาหย่านม”
อังอังกินเสร็จแล้วยังมียเย่อีกคน หลังจากป้อนนมลูกทั้งสองแล้ว ฮั่วเซียวก็กอดนางไว้คลอเคลียอยู่นาน กว่าจะเสร็จสิ้นทุกอย่าง
เมิ่งอู๋นอนอยู่บนเตียงพักใหญ่กว่าจะหายใจได้เป็นปกติ ร่างกายอ่อนปวกเปียก ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่น้อย
ฮั่วเซียวหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้นาง หากเป็นเมื่อก่อนเมิ่งอู๋คงเขินอายมาก แต่ทั้งคลอดลูกทั้งอยู่ไฟมาแล้ว มีอะไรบ้างที่ไม่เคยเห็น นางจึงชินและทำใจให้เป็นปกติได้
พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ฮั่วเซียวก็นอนลง ดึงนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน แล้วเริ่มหลับอย่างมีความสุข
