เมิ่งอู๋เพียงแสร้งทำเป็นหน้าแดง ก้มตาเอียงอาย แล้วเอ่ยสนทนากับพวกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานอยู่สองสามประโยค
หลังจากนางอู๋ปรากฏตัวในวันนั้นแล้ว ก็กลับไปกักบริเวณตนเองอยู่ในเรือนต่อ
ยามทุกคนพูดคุยหัวเราะกัน ต่างก็หลีกเลี่ยงเรื่องของนางอู๋กับจ้าวหยวนหางอย่างรู้ใจกัน
แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งดูจงใจและชวนให้รู้สึกแปลกประหลาด
ความรู้สึกเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แม้แต่เมิ่งอู๋เองก็ยังรู้สึกว่าช่างน่าประหลาด
เมื่อก่อนร่างเดิมมองพวกนาง ต่างก็รู้สึกว่าเป็นผู้อาวุโส แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนรุ่นเดียวกัน ส่วนคนที่เคยเป็นคนรุ่นเดียวกัน ตอนนี้ก็กลายเป็นคนรุ่นหลังไปแล้ว
บรรดาคุณหนูที่เมื่อก่อนเคยพูดคุยหยอกล้อกับเมิ่งอู๋ ยามส่งนางออกจากสกุลจ้าวยังรู้สึกเสียดายและเห็นใจ แต่บัดนี้เมื่อพบหน้านาง กลับต้องคารวะแล้วเรียกนางว่าป้าสะใภ้
หลังอาหารเช้า เมื่อออกจากเรือนหรงอาน เหล่าพี่สะใภ้หลายคนก็พากันดึงเมิ่งอู๋ไปชมเรือนจิ้งฮุย ราวกับนัดหมายกันไว้
เมิ่งอู๋จึงพาพวกนางกลับมานั่งเล่น พูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งทุกคนกลับไป
สองวันก่อน ในเวลาเช่นนี้ เมิ่งอู๋ไม่ได้นอนต่อ ก็อยู่ระหว่างทางไปตระกูลซุน โดยมีจ้าวเวย์อยู่ข้างกายเสมอ
แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงนางคนเดียว
ชั่วขณะหนึ่งนางถึงกับรู้สึกไม่คุ้นชิน
เมิ่งอู๋เหม่อลอยไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมสติ ไม่คิดฟุ้งซ่านต่อ
จ้าวเวย์ไม่อยู่ นางจึงมีเวลาว่างไม่น้อย พอดีจะได้ทำความคุ้นเคยกับเรื่องราวต่าง ๆ ในเรือนจิ้งฮุย
ในเรือนจิ้งฮุยมีคนคอยรับใช้ไม่น้อย แต่ในส่วนเรือนด้านหลัง คนของเมิ่งอู๋เป็นหลัก โดยมีแม่นมหวังกับแม่นมซ่งเป็นคนสำคัญ
แม่นมทั้งสองคนนี้ แม่นมซ่งคุ้นเคยกับสกุลจ้าว เรื่องใดเกี่ยวข้องกับสกุลจ้าวก็ให้นางจัดการ ส่วนแม่นมหวังรับผิดชอบเรื่องภายในเรือนเป็นหลัก
