ซีโอโดรเป็นฝ่ายเอ่ยชวนเอง หากปฏิเสธอีกคงไม่สุภาพนัก เมิ่งอู๋จึงเริ่มมีอารมณ์ร่วมขึ้นมาบ้าง “ไม่ค่ะ นับเป็นเกียรติของฉันต่างหาก”
เธอพูดพลางยิ้ม ทว่าอารมณ์ก็ยังไม่ค่อยดีนัก
ซีโอโดรข่มความริษยาที่มีต่ออันดรูไว้ในใจ ก่อนพาเมิ่งอู๋เดินชมปราสาท
ดีที่ปราสาทหลังนี้กว้างใหญ่พอ
มีชายหนุ่มรูปงามคอยอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสุภาพ อ่อนโยน เอาใจใส่และรู้จักดูแล เมิ่งอู๋จึงลืมความขุ่นเคืองที่ถูกทิ้งไว้ได้อย่างรวดเร็ว แล้วดื่มด่ำไปกับปราสาทแห่งนี้
ช่างงดงามเหลือเกิน
แต่น่าเสียดาย ความเจ็บปวดที่เท้าของเมิ่งอู๋กลับมาถึงก่อนที่เธอจะได้ดื่มด่ำจนเต็มที่
เธอเลือกสวมรองเท้าส้นเตี้ยเพราะอยากเดินเที่ยวให้สนุก แต่สำหรับเท้าที่ไม่ค่อยได้เดินไกล ต่อให้รองเท้าสบายแค่ไหน หลังเดินชมมาตลอดช่วงเช้าและต่อเนื่องไปจนถึงช่วงบ่าย ก็เริ่มปวดขึ้นมาจนได้
ตอนแรกเมิ่งอู๋ยังทนไหว แต่เมื่อความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้น เธอจึงจำต้องเอ่ยว่า “ขอโทษนะ ซีโอโดร ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อน แต่ฉันคิดว่าเราคงต้องหยุดพักแล้ว”
“หืม?” ซีโอโดรถามด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรหรือเปล่า?”
เมิ่งอู๋ยิ้มอย่างจนใจและกระดากอาย “ถึงฉันจะอยากเดินต่อมาก แต่เท้าเริ่มปวดแล้วค่ะ”
“อะไรนะ เท้าปวดหรือ?” ซีโอโดรเอ่ยอย่างประหลาดใจ เขารู้สึกได้จริง ๆ ว่าเมิ่งอู๋เดินช้าลง แต่คิดว่าเธอแค่เหนื่อย จึงรีบพูดว่า “ขอโทษนะ ผมสะเพร่าไปหน่อย”
เมิ่งอู๋ยิ้ม กำลังจะบอกว่าไม่เป็นไร ก็รู้สึกตัวลอยขึ้น ถูกใครบางคนอุ้มขึ้นมาเสียแล้ว
