“จนถึงตอนนี้ ฉันไม่เคยใช้เงินแม้แต่แดงเดียวที่เกี่ยวข้องกับตระกูลเมิ่งเลย ถ้าจะพูดให้จริงจัง ก็มีแค่ค่าตั๋วเครื่องบินตอนที่พวกคุณไปรับฉันกลับมา ค่าอาหารกับที่พักในตระกูลเมิ่ง แล้วก็ค่าใช้จ่ายในการย้ายเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเมืองกั่ง ทั้งหมดนี้ฉันคืนให้ตระกูลเมิ่งได้”
“ยังมีคำถามอะไรอีกไหม”
“ไม่มีเหรอ เป็นไปไม่ได้” เมิ่งเหวินเจาขมวดคิ้ว สีหน้าไม่อยากเชื่อ “แล้วเงินค่าเช่าห้องของเธอมาจากไหน”
“ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับตระกูลเมิ่ง คุณไปสืบเองก็รู้แล้ว” เมิ่งอู๋พูดจบก็ปิดประตูทันที
คราวนี้เมิ่งเหวินเจาไม่ได้ขวางไว้ คำพูดเมื่อครู่ของเมิ่งอู๋ทำให้เขาตกใจจริง ๆ เธอกลับมาอยู่ตระกูลเมิ่งตั้งครึ่งปีแล้ว ที่บ้านไม่เคยให้เงินเธอเลยหรือ
เขาจ้องประตูที่ปิดสนิทตรงหน้าเขม็ง ในใจคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่สีหน้าของเมิ่งอู๋เมื่อครู่ยังติดตาอยู่ชัด ๆ ดูไม่เหมือนกำลังโกหก
เมิ่งเหวินเจาขมวดคิ้ว ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ตัดสินใจกลับไปสืบให้กระจ่าง
เมิ่งอู๋ปิดประตูแล้วหันกลับเข้าไปในห้อง อารมณ์ดีเมื่อครู่หายไปหมด ใบหน้าบึ้งตึง ท่าทางไม่สบอารมณ์ไปทั้งตัว
“กินข้าวก่อน” เฉินติ้งคุนพูด
เรื่องนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาจะสืบให้รู้เรื่องเอง
เมิ่งอู๋เดินไปนั่งลงกินข้าวโดยไม่พูดอะไร
บนโต๊ะอาหารเงียบลงชั่วขณะ เฉินติ้งคุนกินไปสองสามคำก็ชะงักไป
เมิ่งอู๋ยังกินข้าวตามปกติ สีหน้าเรียบเฉย แต่น้ำตากลับไหลลงมา
เฉินติ้งคุนเคยเห็นคนร้องไห้มาหลายแบบ ตอนยังเด็ก ส่วนใหญ่เป็นเสียงร้องไห้โฮของพวกผู้หญิงตามท้องถนน ต่อมาหลังกลับไปตระกูลเฉิน สิ่งที่เห็นบ่อยกว่าคือการร้องไห้เสแสร้งของคุณหนูตระกูลร่ำรวย
