เฟยอิ๋งกลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง ก็พบว่าเฉินจิ้งเฉิงเรียกคู่ควงหญิงมาด้วย ทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาทันที จึงดื่มต่ออีกหลายแก้ว ไวน์นั้นเฉินจิ้งเฉิงเป็นคนเอามา บอกว่าเป็นไวน์ชั้นดีที่พ่อเก็บสะสมไว้ รสชาติก็ยอดเยี่ยมจริง ๆ
เสียงผู้หญิงในห้องจัดเลี้ยงออดอ้อนหวานหยด ฟังแล้วชวนให้รำคาญ เขาเอ่ยบอกสักประโยค ก่อนจะเดินออกไปขึ้นชั้นบนทันที
ปกติเวลาดื่มเหล้า เขามักพักที่โรงแรมชั้นบน แต่ใครจะรู้ว่าตอนรอลิฟต์ เขาจะได้เจอผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง
“อาอู๋ เธอขึ้นไปเองนะ แม่โทรมาหาฉัน ฉันต้องกลับแล้ว เธอไหวใช่ไหม”
“ไหว”
“โอเค มีอะไรก็โทรหาฉันนะ”
“ได้”
พูดจบ เซี่ยซินโหรวก็เดินจากไปอย่างเร่งรีบ เมิ่งอู๋ยืนอยู่กับที่อย่างว่าง่าย มองตัวเลขชั้นในลิฟต์เปลี่ยนไปมา พอประตูเปิด เฟยอิ๋งก้าวเข้าไปก่อน เธอเดินตามเข้าไป ตั้งใจจะกดปุ่มเลือกชั้น แต่เห็นว่ามีคนกดไว้แล้ว จึงชักมือกลับ แล้วยืนพิงผนังลิฟต์อย่างเรียบร้อย
เฟยอิ๋งยืนล้วงกระเป๋าอยู่ข้าง ๆ ภายในลิฟต์แคบ ๆ เขาได้กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
ไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้ขัดใจด้วยซ้ำ กลับเย้ายวนจนทำให้เขารู้สึกใจเต้น
คงเป็นน้ำหอมของเพื่อนเธอกระมัง
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกว่าเมิ่งอู๋ไม่น่าจะใช้น้ำหอมแบบนี้
เขาดึงปกเสื้อให้คลายออก ตั้งแต่ตอนอยู่ในบาร์เมื่อครู่ เฟยอิ๋งก็รู้สึกร้อนแล้ว ถึงจะออกมาข้างนอกที่อากาศเย็นสบายกว่าเดิม แต่กลับยังรู้สึกร้อนอยู่ เขาจึงรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ รีบหยิบโทรศัพท์โทรหาเฉินจิ้งเฉิง
เฉินจิ้งเฉิงพูดอย่างอารมณ์ดีว่าไวน์นี่พ่อเขาทุ่มเงินมหาศาลหามาได้ เป็นไวน์บำรุงกำลัง ฟังจบใบหน้าเฟยอิ๋งก็ดำคล้ำ ก่อนจะตัดสายทิ้งทันที