หวังเจิ้นบอกตรง ๆ ว่าเสื้อผ้าพวกนี้เมิ่งอู๋เป็นคนทำ ทุกคนจึงค่อนข้างประหลาดใจ
“น้องเมิ่งยังมีฝีมือด้านนี้ด้วยหรือ”
ในใจพวกนางต่างก็มีความคิดอยู่บ้าง แต่วันนี้เป็นวันเทศกาล จึงไม่ได้พูดอะไรมาก
เมิ่งอู๋ช่วยเตรียมอาหารมื้อใหญ่เต็มโต๊ะอย่างรวดเร็ว พอใกล้ได้เวลากินข้าว นางก็รู้หน้าที่จึงเข้าไปอยู่ในครัวอย่างรู้ตัว ใครจะคิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะเรียกนางออกไปนั่งร่วมโต๊ะด้วย
ตระกูลหวังมีผู้เฒ่าสองคนอยู่เบื้องบน ตรงกลางมีลูกชายสามคนกับลูกสาวสองคน เบื้องล่างยังมีหลานชายหลานสาว กระทั่งเหลนก็มีแล้ว ครอบครัวใหญ่ที่ครึกครื้นมีสมาชิกสิบกว่าคน จึงแบ่งเป็นสองโต๊ะ
โต๊ะหนึ่งสำหรับคนดื่มเหล้า อีกโต๊ะสำหรับคนไม่ดื่ม
เมิ่งอู๋จึงไปร่วมโต๊ะที่ไม่ดื่มเหล้ากับผู้หญิงและเด็กส่วนใหญ่
มื้ออาหารเต็มไปด้วยความครึกครื้น พอกินเสร็จฟ้าก็มืดแล้ว
เมิ่งอู๋กำลังคิดอยู่ว่าคืนนี้จะนอนที่ไหน แต่ถึงจะดึกขนาดนี้แล้ว หวังเจิ้นก็ยังจะกลับ นางจึงต้องตามท่านชายใหญ่ผู้นี้ออกไปด้วย
“จะกลับจริง ๆ หรือ” เมิ่งอู๋ถาม
หวังเจิ้นขานรับในลำคอ
เมื่อครู่เขาดื่มเหล้าไปเล็กน้อย ตอนนี้ยังมีสติอยู่ แต่ฤทธิ์สุราก็เริ่มขึ้นหน้า ใบหน้าขาวเย็นจึงแดงระเรื่อเล็กน้อย เขาหันมามองเมิ่งอู๋แวบหนึ่ง
“อยากค้างที่นี่หรือ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
เมิ่งอู๋ได้ยินก็รู้ทันทีว่าชายผู้นี้เริ่มเมาแล้ว ไม่อย่างนั้นถึงปากจะคมคาย แต่เมื่อทั้งสองใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานขึ้น เขาก็พอจะยับยั้งชั่งใจได้บ้าง
“เปล่า แค่เป็นห่วงว่าคุณดื่มเหล้าแล้วขี่รถจะไม่เป็นไรหรือเปล่า” นางพูดอย่างกังวล
