แล้วก่อนหน้านี้ทำไมถึงชอบรังแกเขาอยู่เรื่อย? เด็กประถมรึไง?
แต่เธอก็เด็กจริง ๆ นั่นแหละ หานเจินนึกถึงเรื่องวุ่นวายสารพัด
เมิ่งอู๋มักไม่พอใจที่ป้าของเขามาแทนที่แม่ของเธอ ทุกครั้งที่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ต้องโวยวายใหญ่โต ทำเอาทั้งบ้านไม่มีวันสงบสุข
ป้าบอกว่าเธอแค่กลัว กลัวว่าคนอื่นจะลืมแม่ของเธอไป เลยบอกให้เขาอย่าโกรธ แต่เขาก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี
ป้าของเขายังบอกอีกว่าเธอแค่ชอบโวยวาย ไม่ใช่คนที่คอยวางแผนทำร้ายคนอื่นลับหลัง จริง ๆ แล้วเธอไม่ใช่เด็กนิสัยไม่ดี
หานเจินลุกขึ้นเงียบ ๆ จัดท่าเมิ่งอู๋ให้นอนดี ๆ แล้วเดินออกไป เริ่มกังวลว่าพรุ่งนี้พอเมิ่งอู๋สร่างเมาแล้วจะยังจำเรื่องคืนนี้ได้หรือไม่ ถ้าจำได้ก็คงอาละวาดอีกแน่
เขาเตรียมใจไว้ในใจแล้ว
วันรุ่งขึ้นทั้งสองคนยังต้องไปเรียน คาบของหานเจินไม่ได้เริ่มเช้า ส่วนคาบแรกของเมิ่งอู๋เริ่มตอนแปดโมง ป้าคนใช้มาถึงตั้งแต่หกโมงกว่า
เด็กสองคน หานเจินเลี้ยงง่าย แต่เมิ่งอู๋กลับเลือกกินมาก ทั้งเค็มไป จืดไป ไม่ถูกปาก หรืออารมณ์ไม่ดี ก็ล้วนทำให้เธอไม่พอใจ ป้าคนใช้ทั้งสองคนจึงเตรียมอาหารเพิ่มไว้หลายอย่างทุกวัน
หกโมงครึ่ง ประตูห้องนอนของเมิ่งอู๋ก็เปิดออก
หานเจินนั่งฟังบทเรียนจากโน้ตบุ๊กอยู่บนโซฟา พอได้ยินเสียงประตูเปิดก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อไม่ได้ยินเสียงอาละวาดอย่างที่คาดไว้จึงแปลกใจเล็กน้อย เขาเงยหน้ามอง แล้วหัวใจก็พลันเต้นแรง—
เมิ่งอู๋สวมเสื้อแขนสั้นกับกางเกงขายาว เสื้อผ้าธรรมดา ๆ เมื่ออยู่บนตัวเธอกลับดูดีเป็นพิเศษ ผมถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย เผยใบหน้าเล็ก ๆ สะอาดสะอ้าน แก้มระเรื่ออมชมพู เธอยืนอยู่ตรงประตูจ้องมองเขา
สายตาคู่นั้น... ดูไม่เหมือนกำลังโกรธ คล้ายกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง
สายตาของเธอดูเหมือนจะจับอยู่ที่ริมฝีปากของเขา
หานเจินเผลอเม้มปากโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เห็นเมิ่งอู๋ยิ้มให้
