“ปะ...ปล่อยข้าไปเถอะ”
“ข้าถูกความโลภบังตา ต่อไป...ต่อไปไม่กล้าอีกแล้ว”
จางเปียวหวาดกลัวอย่างยิ่ง ความหวาดหวั่นในใจถึงกับกลบความเจ็บปวดทางกายไปจนหมด
ตอนนี้เขานึกเสียใจอย่างที่สุด
เสียใจที่ไม่สืบเรื่องของลั่วเฉินให้กระจ่าง แต่กลับหมายตาสตรีของอีกฝ่าย
“ข้า...ข้ามีเงิน ยังซ่อนเงินไว้อีกไม่น้อย!”
“อย่าฆ่าข้าเลย หากฆ่าข้า ท่านก็จะไม่ได้เงินแม้แต่อีแปะเดียว”
ลั่วเฉินมองจางเปียวราวกับกำลังมองคนโง่
เขาไม่ได้มาปล้นชิงเงิน แล้วจะเล่นเกมปล้นโจรด้วยกันเองไปทำไม
“กร๊อบ!”
ลั่วเฉินไม่พูดจาไร้สาระกับจางเปียวอีก เขาออกแรงบิดคออีกฝ่ายหักในทันที
หลังจากซักถามและข่มขู่เมื่อครู่ ลั่วเฉินก็เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ แล้ว
เห็นได้ชัดว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือจางเปียว
เขาหมายตาลั่วซีเสวี่ยมานานแล้ว อยากครอบครองนาง แต่ก็กลัวต้องรับความเสี่ยง จึงคิดยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว โดยใช้ที่ดิน 30 หมู่ที่บิดาของลั่วเฉินทิ้งไว้เป็นข้ออ้าง แล้วไปหาหลิวย่วนไว่ให้เป็นที่พึ่ง
ตระกูลหลิวต้องการที่ดิน แต่ไม่ได้สนใจสถานการณ์ของครอบครัวลั่วเฉิน และไม่มีเรื่องวุ่นวายที่หลิวย่วนไว่หมายตาลั่วซีเสวี่ยแต่อย่างใด
หลิวย่วนไว่ไม่เคยพบลั่วซีเสวี่ยด้วยซ้ำ กระทั่งลั่วเฉินเป็นใครเขาก็ยังไม่รู้
ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่แน่ด้วยซ้ำว่าหลิวย่วนไว่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่
บางทีอาจเป็นจางเปียวกับพ่อบ้านหรือคนอื่น ๆ ในจวนหลิวร่วมมือกันวางแผนก็ได้
‘ไม่ว่าจวนหลิวจะเป็นอย่างไร จัดการคนตรงหน้าก่อนแล้วกัน’
ลั่วเฉินคลายมือ ปล่อยให้จางเปียวนอนตายอย่างน่าอนาถอยู่บนพื้น ก่อนหันไปมองคนอื่น ๆ
“ไว้ชีวิตด้วย!!”
“อย่า...อย่าฆ่าข้าเลย”
“ไว้ชีวิตพวกข้าเถิด พวกข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น”
“เป็นจางเปียวทั้งนั้น เป็นเขายุยงให้พวกเราทำร้ายท่าน ทั้งหมดเป็นความผิดของไอ้สารเลวนั่น!!”
“เงิน...เงินยกให้ท่านหมดเลย...”
