สวี่หว่านกำยาไว้แน่น แล้วหลับตาลงอย่างเจ็บปวด
ในห้องอันว่างเปล่า นางได้ยินเสียงของตนเองสั่นเครือ “ไม่ ต่อให้ไม่มีใครควบคุม ก็ต้องรู้จักควบคุมตนเอง”
มีคนที่สามารถกลายเป็นผู้ชนะในการแก่งแย่งชิงดีในเรือนหลังได้ แต่ก็มีคนที่ไม่อาจละทิ้งความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเพื่อทำเรื่องชั่วร้าย
นางยอมแพ้แล้ว
การเอาชีวิตผู้อื่นมาเป็นบันไดให้ตนเองก้าวขึ้นไป นางทำไม่ได้
“ใครก็ได้ ไปตามคุณชายใหญ่กลับมา ข้าจะขอหย่า”
เฉินอวิ๋นอวี่ไม่ยอมรับการหย่า คิดว่านี่เป็นเพียงกลวิธีที่นางใช้ตอนทะเลาะกันเท่านั้น นางก็ไม่ได้พูดคำนี้เป็นครั้งแรกเสียหน่อย
สวี่หว่านยกแจกันขึ้นฟาดลงกับพื้น นางคล้ายคนเสียสติ ละทิ้งท่าทีสง่างามอ่อนโยน แล้วข่มขู่อย่างไม่สนอะไรอีกต่อไปว่า “หย่ากันเสีย ไม่อย่างนั้นพอพวกหญิงคณิกาที่เป็นอนุอยู่นอกจวนกับลูก ๆ ของเจ้าก้าวเข้ามาในจวน ข้าจะฆ่าพวกนางให้หมด!”
“เจ้า! สตรีใจอำมหิต!” เฉินอวิ๋นอวี่โกรธจนแทบคลุ้มคลั่ง “ลองฆ่าพวกนางดูสิ นั่นเป็นชีวิตคนนะ! เจ้าไม่กลัวหรือว่าข้าจะส่งเจ้าให้ทางการสอบสวนลงโทษ!”
สวี่หว่านเลิกสนอะไรทั้งนั้นโดยสิ้นเชิง “เช่นนั้นก็ส่งข้าให้ทางการสิ ข้าจะทำให้จวนจิ้นกั๋วกงของพวกเจ้าเสียหน้าจนไม่มีวันผงาดขึ้นมาได้อีก!”
เฉินอวิ๋นอวี่โกรธจัดจนตะโกนลั่น “ไร้ยางอาย!!!”
คราวนี้สวี่หว่านมีท่าทีเด็ดเดี่ยว ตระกูลเฉินถึงกับเชิญเสนาบดีสวี่มาแล้ว แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใด นางก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะหย่าให้ได้
