“เอาเถอะ ข้าจะเก็บไว้ก่อน รอวันหน้าได้พบกันในการสอบฤดูใบไม้ผลิหรือในราชสำนักแล้วค่อยคืนให้เขา” เสิ่นอี้ไป๋พึมพำ “คนผู้นี้ก็จริง ๆ เลย ไม่ใช่แค่ได้ดูบทความยุทธการแวบเดียวหรอกหรือ ไยต้องขอบคุณอย่างเป็นทางการถึงเพียงนี้ด้วย? อีกอย่าง ใครเขาขอบคุณเสร็จแล้วก็วิ่งหนีกัน ให้โอกาสคนอื่นตอบกลับบ้างหรือไม่?”
สวี่หว่านกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เอ่ยแซวว่า “ท่านเปลี่ยนใจเร็วเหลือเกิน เมื่อครู่ยังบอกว่าเขาแอบเรียนวิชาจากท่านอยู่เลย”
เสิ่นอี้ไป๋แลบลิ้น ตัดสินใจถอนคำพูดก่อนหน้านี้ของตน ที่สำคัญคือเขารู้สึกว่าเก่อหงผู้นี้ดูไม่เลวทีเดียว
เหอเจิ้งกำลังจะไปดูผลสอบ จู่ ๆ ก็ร้องขึ้นมา “เฮ้ ๆ รีบดูเร็ว ฉินเย่กับฉินสื่อออกมาแล้ว พวกเขาคงดูผลสอบเสร็จแล้ว ข้าเห็นฉินสื่อกำลังยิ้มอยู่!”
เสิ่นอี้ไป๋หันขวับไปมองทันที “อ๊ะ...ที่ไหน? ที่ไหน? อ้อ เห็นแล้ว ว้าว! ฉินเย่คงพ่ายแพ้ให้พวกเราแล้วแน่ ดูสิ หน้านิ่งเชียว สอบได้แย่แน่นอน!”
จงเหวินซิวอดเตือนไม่ได้ “ฉินเย่ก็เป็นเช่นนี้มาตลอดมิใช่หรือ ไม่ว่าจะได้ที่หนึ่งหรือไม่ เขาก็เยือกเย็นเช่นนี้อยู่แล้ว”
เหวยหังหลู่เข้ามากระซิบใกล้ ๆ “พี่เหวินซิว ท่านสนิทกับฉินสื่อ ช่วยไปถามพวกเขาหน่อยว่าผลสอบเป็นอย่างไร ที่นี่คนเยอะขนาดนี้ กว่าพวกเราจะแทรกเข้าไปดูผลได้คงต้องรออีกนาน”
“ใช่แล้ว ๆ พี่เหวินซิว รีบไปเถิด แล้วก็เหอเจิ้ง พวกท่านสองคนไปด้วยกันเลย” เสิ่นอี้ไป๋ผลักพวกเขาให้ไปถาม
จงเหวินซิวเดินเข้าไปทักทายด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “ฉินสื่อ ฉินเย่ พวกท่านดูผลสอบแล้วหรือยัง? ผลเป็นอย่างไรบ้าง?”
สวี่หว่านเอียงศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย กระซิบบอกจงเจ้าว่า “คนทางซ้ายที่สูงกว่าคือฉินสื่อ อายุรุ่นเดียวกับเหวินซิว ส่วนคนทางขวาที่สวมชุดสีน้ำเงินหมึก ดูเย็นชาและสุขุมเกินวัยผู้นั้นก็คือฉินเย่”
