“อ๊ากกก! ข้าจะสู้กับนางให้รู้ดำรู้แดงไปเลย!!!”
ความอดทนของจงจินเฉิงหมดลงในพริบตา เขาพุ่งเข้าไปในห้อง ค้นข้าวของจนกระจัดกระจายไปทั่ว
เรือนน้อยที่ว่างเปล่ารกร้างไปแล้ว บัดนี้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นไม่น้อยเพราะข้าวของที่เขาขว้างทิ้งไว้เกลื่อนกลาด
แต่กลับทำเอาบ่าวรับใช้เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ตกใจกลัว นั่นคือชุ่นจื่อ
“คุณชายน้อยกำลังหาสิ่งใดขอรับ?” ชุ่นจื่อถามอย่างขวัญผวา
แต่ก่อนเขายังมีสหายอีกห้าคนคอยรับใช้เจ้าตัวแสบผู้นี้ด้วยกัน จะถูกเล่นงานก็ยังแบ่งเบากันได้ บัดนี้เหลือเขาเพียงคนเดียว จะทนรับการทรมานเช่นนี้ไหวได้อย่างไร!
จงจินเฉิงถามอย่างเดือดดาล “ดาบของข้าอยู่ที่ไหน?”
สวี่หว่านเพิ่งแต่งเข้ามาก็กล้าชักดาบฟันเขา ดาบเล่มนั้นมิใช่ว่าจะหาได้ทั่วไปหรือ?
อยู่ที่ไหนกันนะ?
ชุ่นจื่อถามอย่างตื่นตระหนก “คุณชายน้อยจะเอาดาบไปทำอะไรขอรับ? ในเรือนของพวกเราไม่เคยมีอาวุธมีคมเลยนะขอรับ!”
เจ้าตัวแสบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “ไปหาดาบมา! ช่างหัวความอดทนมันสิ ข้าจะตายไปพร้อมกับนาง!”
รังแกกันเกินไปแล้ว!
เขามีชีวิตอยู่มาถึงแปดปีเต็ม ยังไม่เคยต้องกล้ำกลืนความคับแค้นเช่นนี้มาก่อน!
จะตายก็ต้องตายด้วยกัน ใครก็อย่าหวังจะได้อยู่อย่างสบายใจ!
ชุ่นจื่อแทบจะเป็นลม
เขาใช้มือข้างหนึ่งกดจุดเหนือริมฝีปาก บังคับตัวเองให้ฮึดสู้ ก่อนวิ่งเข้าไปเกลี้ยกล่อม “คุณชายน้อยโปรดคิดให้รอบคอบก่อนขอรับ! ท่านเสียเปรียบไปครั้งหนึ่ง วันหลังก็เอาคืนได้ แต่ชีวิตคนเรามีเพียงชีวิตเดียว หากสิ้นชีวิตไป จะมิยิ่งขาดทุนหรือขอรับ? บัณฑิตแก้แค้น สิบปีก็ยังไม่สายขอรับ!”
