วันที่เว่ยชิงหรงคลอดบุตร
องค์รัชทายาทรออยู่หน้าประตูอย่างกระวนกระวาย ได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของนางก็อยากพุ่งเข้าไปข้างใน แต่ถูกหมอตำแยขวางไว้ “องค์รัชทายาทไม่ได้เพคะ ห้องคลอดเป็นสถานที่อัปมงคล พระองค์ทรงมีฐานะสูงส่ง ห้ามเสด็จเข้าไปเป็นอันขาด!”
องค์รัชทายาทถูกขวางอยู่ด้านนอก ได้แต่ฟังเสียงภรรยาของตนกำลังเผชิญความเป็นความตายอยู่หลังประตู
กระทั่งในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไป เขาหลบหมอตำแยที่กำลังอุ้มเด็ก รีบรุดตรงไปยังหน้าเตียง คำพูดแสดงความห่วงใยยังไม่ทันเอ่ยออกมา ก็เห็นเว่ยชิงหรงหลังคลอดใบหน้าซีดขาว เส้นผมยุ่งเหยิง อ่อนแรงจนเหมือนลอชูในความทรงจำไม่มีผิด
ราวกับถูกแทงตรงจุดที่แหลมคมที่สุดในใจ
องค์รัชทายาทเบิกตากว้าง ลมหายใจเริ่มกระชั้น
เว่ยชิงหรงรู้ว่าตนหลังคลอดย่อมดูไม่งาม แต่ตอนฉู่เหิงรีบร้อนเข้ามาในห้อง นางก็ยังรู้สึกหวานชื่นในใจ จนกระทั่งเห็นดวงตาของเขาแดงก่ำ คล้ายได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ยืนนิ่งงันอยู่กับที่
“องค์รัชทายาท เป็นอะไรไปหรือเพคะ” เว่ยชิงหรงถามอย่างเป็นห่วง พลางลุกจากเตียง
นางฝึกยุทธ์มาหลายปี ร่างกายแข็งแรง คลอดบุตรได้อย่างราบรื่น เวลานี้นอกจากเรี่ยวแรงจะลดลงบ้าง ก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด
แต่เมื่อองค์รัชทายาทเห็นนางเข้ามาใกล้ เขาก็อดถอยหลังไปครึ่งก้าวไม่ได้ สีหน้าตื่นตระหนก ร่างกายสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่
“องค์รัชทายาท หม่อมฉันทำให้พระองค์ตกใจหรือเพคะ” เว่ยชิงหรงไม่เคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวเช่นนี้มาก่อน ราวกับนางเป็นปีศาจร้ายอะไรสักอย่าง
ขณะที่นางกำลังจะเรียกคนเข้ามาพาองค์รัชทายาทออกไป จู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ข้าไม่ได้ฆ่าเจ้า”
เว่ยชิงหรงฟังไม่เข้าใจ จึงถามอย่างฉงนว่า “องค์รัชทายาทตรัสอะไรเพคะ หม่อมฉันอยู่ตรงนี้อย่างปลอดภัยดี พระองค์ย่อมไม่ได้ฆ่าหม่อมฉันอยู่แล้ว”
