พอมาถึงหน้าประตูสำนัก เจ้าตัวแสบไม่พูดสักคำ กระโดดลงจากรถม้าตรงดิ่งไปยังสนามสอบ จงเหวินซิวยังนึกได้ว่าต้องกล่าวลาสวี่หว่านก่อน จึงค่อยรีบตามน้องชายไป
ก่อนสอบเวลาเร่งรัดนัก ทั้งสองโชคดีที่ไม่พบลอเฉิน มิฉะนั้นมัวแต่ถกเถียงกันจนเสียเวลา อาจทำให้การสอบล่าช้าได้
แต่พอสอบเสร็จออกมา ก็พบกันจนได้
เพียงแต่คนที่ลอเฉินหาเรื่องมิใช่พวกเขา หากเป็นฉินสื่อ
จงจินเฉิงกับจงเหวินซิวเห็นกับตาว่าลอเฉินใช้ไหล่กระแทกฉินสื่อจนเซไปด้านข้างอย่างแรง พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลนว่า “เจ้าคนไร้ความสามารถที่ได้แต่เป็นที่สองตลอดกาล สู้แม้แต่น้องชายเจ้ายังไม่ได้ แล้วยิ่งสู้ข้าไม่ได้เข้าไปใหญ่”
ฉินสื่อขยับปากราวกับจะพูด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอะไร
เขาไม่ชอบพัวพันกับผู้อื่น รู้อยู่แล้วว่าลอเฉินแค่ระบายอารมณ์ใส่เขา พอระบายเสร็จก็ไป ไม่ได้คิดจะทำอะไรเขา ดังนั้นจึงไม่ได้ขัดขืน
ลอเฉินหัวเราะเยาะ “น่าเบื่อ แค่ลงมือกับเจ้ายังรู้สึกว่าเสียเวลา”
ฉินสื่อก้มตาลง สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก
ทว่าทำให้สองพี่น้องตระกูลจงโกรธจนแทบระเบิด เจ้าตัวแสบวิ่งเข้ามาพลางตะโกนว่า “ทำอะไรกันน่ะ! เจ้าไปที่ไหนก็เอาแต่รังแกคนอื่นหรืออย่างไร!”
ลอเฉินหันมา พอเห็นพวกเขาทั้งสอง สีหน้าก็มืดครึ้มลงทันที
เขากัดฟันกล่าวว่า “จงจินเฉิง เจ้ายังกล้ามาหอฮั่นหลินทิศเหนืออีกหรือ”
เจ้าตัวแสบโวยวายว่า “เหตุใดจะไม่กล้า หอฮั่นหลินทิศเหนือไม่ใช่บ้านเจ้าสักหน่อย จะมาหรือไม่มาก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า!”
จงเหวินซิววิ่งไปข้างฉินสื่อแล้วถามว่า “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ เมื่อครู่เขากระแทกไหล่ขวาของเจ้าหรือ”
