“ก็เนื้อกวางคราวก่อนนั่นแหละครับ หัวหน้าผมอยากกินเนื้อกวางอีกสักครั้ง”
“เรื่องนี้ง่ายครับ คราวหน้าผมล่าได้เมื่อไหร่จะเอามาให้”
หลัวว่านชิงเห็นลู่หยางถือของขวัญมาด้วย จึงถามขึ้น
“เสี่ยวหยาง มาหาฉันเพราะมีธุระหรือ?”
ลู่หยางพยักหน้า “คุยกันสะดวกไหมครับ?”
หลัวว่านชิงรีบบอก “คนในบ้าน ออกไปดูข้างนอกหน่อย”
หญิงวัยกลางคนรีบตอบ “ได้จ้ะ”
ลู่หยางเล่าเรื่องที่เฉินเสี่ยวหลินอยากรับช่วงตำแหน่งงานของเฉินจงเหอให้หลัวว่านชิงฟัง
หลัวว่านชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เรื่องนี้แกมาถูกคนแล้ว ฉันจะช่วยเอง!”
ลู่หยางจ้องหลัวว่านชิงด้วยดวงตาคมคายชวนมอง “ลุงหลัว ไม่ถามหน่อยหรือครับว่าผมกับพวกเขาเกี่ยวข้องกันยังไง?”
“โธ่ คนที่มาหาแกได้ก็ต้องเป็นญาติกันแน่ ๆ ถึงฉันไม่ถาม แกก็คงบอกอยู่ดี”
ลู่หยางยิ้มแล้วตอบ “ใช่ครับ เฉินจงเหอเป็นพ่อตาผม”
หลัวว่านชิงยิ้มพลางพยักหน้า “ดี กลางวันนี้กินข้าวที่นี่นะ ดื่มกับฉันสักสองแก้ว!”
“ได้ครับ!”
ลู่หยางย่อมตอบตกลงอยู่แล้ว
มื้อกลางวันมื้อนั้น ทั้งสองกินกันอย่างมีความสุข รู้สึกเหมือนได้เปิดอกคุยกัน
หลัวว่านชิงดูแลงานฝ่ายธุรการ หน้าที่แรก ๆ ก็คือจัดซื้อวัตถุดิบเข้าครัว งานนี้คนเดียวทำไม่ไหวแน่
โรงงานเหล็กขนาดใหญ่ที่มีคนเป็นพัน แค่แผนกจัดซื้อก็มีคนเป็นร้อยแล้ว
พอดีว่าเขากำลังลังเลอยู่ว่าจะยกตำแหน่งงานของเฉินจงเหอให้คนอื่นหรือไม่
เพราะยังมีอีกคนที่กำลังวิ่งเต้นหาทางอยู่เหมือนกัน
หมายตาจะแย่งตำแหน่งงานที่เฉินจงเหอไม่ได้ไปทำมาหลายปีนั้น
