“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
ทุกคนพากันหัวเราะอย่างสนุกสนาน
“เสี่ยวเหอตัวเล็กก็จริง แต่กินเก่งไม่เบาเลยนะ!” เฉิงว่านเจินพูดพลางหัวเราะ
“เสี่ยวเหอ ท้องหนูกลมป่องแล้วนะ!”
ลู่โหย่วหลินหัวเราะพลางชี้ไปที่ท้องของเธอ
เสี่ยวเหอทำหน้าตกใจ น้ำตาคลอเบ้า “ปาป๊า~ หนูยังอยากกินอีก~”
“ได้ ๆ เสี่ยวเหอกินอีกชิ้นนะ!” ลู่หยางหยิบแตงโมอีกชิ้นส่งให้เสี่ยวเหอ
ทำเอาเจ้าตัวเล็กยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจ
แตงโมที่เหลืออีกลูก ลู่หยางนำไปแช่ไว้ในน้ำบ่อ กะว่าจะเก็บไว้กินตอนเย็น
จังหวะนั้นเอง มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากข้างนอก
ลู่หยางขมวดคิ้วนิด ๆ “ใครมาน่ะ?”
“ที่นี่บ้านลู่หยางใช่ไหม?”
ลู่เจิ้นหมิงพาคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา “สหายลู่หยาง พวกเรามีเรื่องอยากรบกวนคุณหน่อย”
ลู่หยางมองไป “อ้าว นั่นลุงเฉินจากหมู่บ้านข้าง ๆ ไม่ใช่เหรอครับ?”
“ใช่ ๆ ฉันเอง เฉินชางเป่า เป็นหัวหน้าทีมผลิตของหมู่บ้านเยว่โกว่ที่อยู่ข้าง ๆ นี่แหละ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ มีเรื่องอะไรให้ช่วยหรือครับ?”
เฉินชางเป่าพูดอย่างร้อนใจทันที “ลู่หยาง คุณต้องช่วยลูกชายฉันด้วยนะ ได้ยินคนพวกนี้บอกว่ามันถูกหมาป่าหลายตัวล้อมอยู่บนเขา พวกเขาหนีกลับมาได้ แต่ลูกชายฉันยังอยู่บนเขา”
พอพูดจบ เฉินชางเป่าก็แทบจะคุกเข่าลงทันที “ลุงขอร้องล่ะ ช่วยด้วยนะ”
“อย่าคุกเข่าเลยครับลุง ให้พวกเขานำทางไป ผมจะไปหยิบอาวุธแล้วขึ้นเขาไปช่วยคนเดี๋ยวนี้ แต่จะช่วยกลับมาได้หรือเปล่า ก็ต้องแล้วแต่โชคชะตาแล้วครับ”
เฉินชางเป่าพูดทันทีว่า “ขอแค่ช่วยกลับมาได้ ต่อให้พิการ ลุงก็ยอมรับ ขอแค่ยังมีโอกาส ถ้าไม่ไหวจริง ๆ อย่างน้อยก็ช่วยเอาศพกลับมา อย่าปล่อยให้หมาป่าได้ประโยชน์ไปเปล่า ๆ เลย!”
