โอบกอดเธอไว้แบบนี้ ก็รู้สึกอิ่มเอมใจเป็นพิเศษ
เฉินเสี่ยวเสี่ยวนั่งอยู่ในห้องนานพอสมควร จึงลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสาย แล้วหยิบแก้วไปชงชาดื่ม
เธอแวะไปดูที่ห้องโถงใหญ่ เห็นลู่หยางหลับสบายดี
เฉินเสี่ยวเสี่ยวเดินออกมา เห็นเถียนเสี่ยวอวี่กำลังหั่นเนื้ออยู่ในครัว จึงถามว่า “เสี่ยวอวี่ เที่ยงนี้กินอะไรกัน”
เถียนเสี่ยวอวี่ยิ้มเล็กน้อย “ฉันว่าจะทำบวบลิ่มผัดสันในหมู”
“อ๋อ เธอทำเมนูนี้อร่อยที่สุดเลย ฉันจะไปชงชาสักหน่อย เมื่อกี้หลิวเสี่ยวชิงฝากให้ฉันเย็บเสื้อกันหนาวบุฝ้ายให้ชุดหนึ่ง ฉันกำลังจะเก็บงานช่วงท้าย ใกล้เสร็จแล้ว”
“เสี่ยวเสี่ยวเก่งจัง งานฝีมือแบบนี้คงหาเงินได้ไม่น้อยเลยสินะ”
“ก็พอได้ เสื้อกันหนาวบุฝ้ายของผู้ใหญ่หนึ่งตัว ได้ค่าแรงเย็บประมาณหกหยวน”
“เก่งจริง ๆ!”
เฉินเสี่ยวเสี่ยวดูมีสุขภาพดี แก้มขาวนวลอมแดงระเรื่อ
เธอจิบชาไปพลาง ลดเสียงลงถามว่า “เมื่อวาน...เธออยู่ในห้องของลู่หยางใช่ไหม”
เถียนเสี่ยวอวี่มีสีแดงระเรื่อขึ้นบนแก้มทันที “อะไรนะ เมื่อคืนเธอนอนดึกจนได้ยินด้วยเหรอ”
“เมื่อคืนฉันลุกขึ้นมาดื่มน้ำ ได้ยินเสียงอะไรนิดหน่อยน่ะ”
เถียนเสี่ยวอวี่พูดอย่างกระดากอาย “โธ่ เธอรู้จนได้ น่าอายชะมัด”
“จะกลัวอะไร ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยเหมือนกัน เขาให้เงินใช้จ่ายเธอเท่าไร”
“ยี่สิบหยวน แล้วเธอล่ะ”
“ฉันก็ยี่สิบหยวนเหมือนกัน”
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม “ลู่หยางยุติธรรมดีเหมือนกันนะ”
“อืม ถ้าเป็นเมื่อก่อน เงินยี่สิบหยวนฉันใช้ได้นานหลายเดือน แต่ตอนนี้ฉันใช้แค่เดือนละสิบหยวน อีกสิบหยวนเก็บไว้”
