ผมเป็นคนจริงจังคนหนึ่งนะ”
เยี่ยอ้ายเหลียนมองลู่หยาง “ฮึ! คนจริงจังงั้นเหรอ? มีภรรยาตั้งสี่คน ลูกอีกแปดคนเนี่ยนะ?”
หลิวซิ่วหลานมองทั้งสองคน ไม่รู้ว่าเยี่ยอ้ายเหลียนกำลังงอนอยู่หรือเปล่า ดูท่าลู่หยางจะจนมุมเสียแล้ว
“เหลียนเหลียน แม่ต้มไข่ใส่น้ำตาลทรายแดงไว้ในหม้อ ไปตักมากินสิ”
หลิวซิ่วหลานพูดขึ้นมาได้ถูกจังหวะ
เยี่ยอ้ายเหลียนทำหน้าเขินอาย “ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ซิ่ว”
เยี่ยอ้ายเหลียนถลึงตามองลู่หยาง “ฮึ!”
ลู่หยางมองซิ่วซิ่วด้วยสีหน้าซาบซึ้ง “ขอบใจนะ”
หลิวซิ่วหลานยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
เฉิงว่านเจินเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด หลิวซิ่วหลานวางตัวเป็นพี่สาวและยังช่วยคลี่คลายความขัดแย้งในบ้านได้ ซิ่วซิ่วคนนี้ช่างเอาใจใส่จริง ๆ
ลู่หยางสูดลมหายใจเข้าเงียบ ๆ แล้วรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
ลู่หยางตื่นตอนตีสาม คราวนี้เขาจะเข้าไปล่าสัตว์ในป่าลึก ลู่เว่ยจวินเป็นฝ่ายเดินมาบอกเองว่าเขาจะไปด้วย
คราวก่อนลู่เว่ยจวินไม่ได้ไป เสียดายจนแทบขาดใจ
ตอนนั้นลูกชายของลู่เว่ยจวินเพิ่งหายไข้ เขากลัวว่าภรรยาจะดูแลลูกคนเดียวไม่ไหว
ผลสุดท้ายก็เลยพลาดโอกาสดี ๆ ที่จะล่าเสือ
แม้การล่าเสือจะอันตรายมาก แต่ก็ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจริง ๆ
ลู่เว่ยจวินตื่นเต้นอยู่นาน ตอนเห็นเสือก็คิดว่าโชคดีที่ตัวเองไม่ได้ไป แต่พอเรื่องผ่านไปแล้วกลับคิดว่า ทำไมตอนนั้นถึงไม่ไปนะ?
ล่าเสือคราวนั้น พี่หยางต้องให้เงินเขาสักสองสามร้อยหยวนแน่ ๆ อย่างน้อยคงได้สักสองร้อยหยวนกระมัง?
เฮ้อ! น่าเสียดายจริง ๆ!
