ทั้งที่เตรียมใจตายไว้แล้วแท้ ๆ ทำไมถึงได้เลื่อนตำแหน่งเสียอย่างนั้นล่ะ
เดี๋ยวก่อน! ฉันต้องไปปรนนิบัติฝ่าบาทใกล้ชิดงั้นเหรอ?
บาดแผลบนลำคอยังเจ็บแปลบอยู่ราง ๆ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทรราชเหยียนทำเช่นนี้ไปทำไม
แต่ไหน ๆ ก็มาแล้ว ต้องอยู่ให้รอดไปก่อน ระหว่างที่เสี่ยวลิ่วยังไม่กลับมา
ฉันเข้าไปในห้อง ประคองฮว่าฉินไปนอนบนเตียง แล้วห่มผ้าให้นางเรียบร้อย
จากนั้นก็เก็บข้าวของของตัวเอง ที่นี่ไม่มีอะไรให้เอาไปมากนัก ฉันจึงเก็บเสื้อผ้าไปเพียงไม่กี่ชุด แล้วหยิบเงินที่ขันทีหลิวให้มาแบ่งครึ่งหนึ่งใส่ถุงเงินของฮว่าฉิน
ฮว่าฉินดีกับฉันมาก นางเป็นสหายที่ดีคนหนึ่ง ในวังลึกเช่นนี้จะได้พบเด็กสาวใจดีสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย เงินพวกนี้ก็ถือเป็นการตอบแทนที่นางดูแลฉันมาตลอดหลายวัน
ฉันเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง วางทับไว้ข้างหมอนของฮว่าฉิน ให้นางตื่นขึ้นมาก็เห็นได้ทันที
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ ฉันก็หอบสัมภาระอันเบาบางไปยังที่พักแห่งใหม่
ตำหนักจื่อเฉียน
ฉันมองห้องใหม่ตรงหน้า ทั้งสะอาด สว่าง และกว้างขวาง ไม่รู้ว่าดีกว่าห้องซอมซ่อที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้ตั้งเท่าไร
นางกำนัลใกล้ชิดของฮ่องเต้ได้รับการปฏิบัติไม่เลวเลย นอกเสียจากจะเสี่ยงหัวหลุดได้ทุกเมื่อ
หลังวางสัมภาระแล้ว สือเหยาก็ต้องไปปรนนิบัติฝ่าบาทใกล้ชิด
นางเข้าไปในท้องพระโรงชั้นใน จี้เหยียนกำลังเสวยอาหาร
นางเดินเข้าไปอย่างนอบน้อม คำนับแล้วไปยืนอยู่ด้านข้าง พยายามทำตัวให้กลมกลืนจนแทบไม่มีตัวตน
ทว่าจี้เหยียนกลับไม่คิดจะปล่อยนางไปง่าย ๆ
“เข้ามา”
“เพคะ”
นางเดินไปหยุดตรงหน้าจี้เหยียน ก้มหน้าไม่มองเขา ทว่าสายตากลับลอยตามกลิ่นหอมของอาหารไปยังโต๊ะ
