“ท่านพ่อ!” เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นนอกห้อง มือที่กำลังยกถ้วยชาของนายท่านสือสั่นไหว
ยังไม่ทันเห็นตัว ก็ได้ยินเสียงมาก่อนแล้ว
จากนั้นสือเหยาก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องของนายท่านสือ
นายท่านสือใช้ผ้าเช็ดเสื้ออย่างจนใจ “เหยาเหยา โตป่านนี้แล้ว เหตุใดยังหุนหันเช่นนี้ ไม่เห็นมีท่าทีอ่อนโยนอย่างเด็กสาวเลย ทำเอาพ่อตกใจหมด”
แม้จะกล่าวสั่งสอนนาง แต่ก็หาได้มีเจตนาตำหนิไม่ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“ท่านพ่อ ข้าต้องการยกเลิกหมั้นกับฉู่อี้”
“ได้ เหยาเหยาพูดสิ่งใด พ่อก็จะตอบ...” นายท่านสือพลันได้สติ “อะไรนะ? ถอนหมั้นหรือ? พ่อไม่เห็นด้วย”
“เหตุใดเล่าท่านพ่อ ข้ารู้ว่าท่านดีที่สุด” สือเหยาเขย่าแขนนายท่านสือแรง ๆ พลางออดอ้อน
คราวนี้นายท่านสือกลับไม่คล้อยตาม เขากล่าวอย่างจริงจังว่า “เรื่องอื่นพ่อรับปากเจ้าได้ ยกเว้นเรื่องนี้ พ่อไม่เห็นด้วย”
“พ่อกับท่านลุงฉู่เป็นสหายเก่าที่รู้ไส้รู้พุงกันดี ลูกชายบ้านเขาพ่อก็สืบประวัติมาอย่างละเอียดแล้ว ทั้งฉลาดและมีความรับผิดชอบ เป็นคนดีที่ฝากฝังชีวิตได้ หากเจ้าติดตามเขาในวันหน้า พ่อก็วางใจ”
“แต่ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ชอบเขา” สือเหยากล่าวอย่างปวดศีรษะ
“เจ้ายังเด็ก ไม่รู้หรอกว่าความชอบเป็นเช่นไร ตอนเด็กเจ้าเคยพบฉู่อี้มิใช่หรือ พ่อเห็นเจ้าชอบเขามาก ยังเรียกเขาว่าพี่ฉู่อี้ด้วย”
มุมปากของสือเหยากระตุก
ทั้งที่ในความทรงจำวัยเยาว์ของเจ้าของร่าง นางเห็นชัด ๆ ว่าเจ้าหมูอ้วนฉู่อี้เพิ่งพบเจ้าของร่างครั้งแรกก็จามใส่ น้ำมูกกระเด็นเปื้อนตัวเจ้าของร่างเสียด้วย เจ้าของร่างตกใจจนร้องไห้ตรงนั้น หลังจากนั้นก็เอาแต่หลบหน้าเขา ตอนจากเมืองเถาเฉิง เจ้าของร่างเพียงเอ่ยอำลาว่า “พี่ชาย ลาก่อน” ตามมารยาทเท่านั้น
