จากนั้นสือเหยาก็ออกไปอวดโฉมกลางถนน
เหตุใดจึงเรียกว่าอวดโฉมกลางถนนน่ะหรือ?
สือเหยาเดินอยู่ตรงกลาง จี้เหยียนอยู่ทางซ้าย ฉู่อี้อยู่ทางขวา ทั้งสามเรียงแถวไปด้วยกัน
เด็กหนุ่มผู้เย็นชาและเย่อหยิ่ง เด็กหนุ่มผู้สง่างามอ่อนโยนดุจหยก และเด็กสาวแสนงดงามสดใสที่อยู่ตรงกลาง ทั้งสามล้วนมีรูปโฉมโดดเด่นจนเกินบรรยาย
“ข้าว่าพวกเราสามคนยืนอยู่ด้วยกันเช่นนี้ ดูสะดุดตาเกินไปหน่อย” ฉู่อี้กล่าวอย่างอึดอัด เขาไม่คุ้นชินกับการถูกผู้คนมากมายจ้องมอง
“เช่นนั้นพวกเราเอาดินมาป้ายหน้ากันดีหรือไม่?” สือเหยาเสนอ
“ไม่เอา”
“...ช่างเถิด”
จี้เหยียนกับฉู่อี้ปฏิเสธพร้อมกัน
สือเหยาเห็นว่าผู้คนบนถนนยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาสามคนถูกมองราวกับเป็นลิงอยู่เช่นนี้คงไม่ดีแน่
“พวกเราไปหาร้านอาหารกินข้าวกันก่อนเถิด” นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
จี้เหยียนกับฉู่อี้พยักหน้า
ทั้งสามเดินไปข้างหน้าโดยไม่แสดงสีหน้า ท่ามกลางสายตาของผู้คนบนถนน
ในฐานะคนที่อยู่ตรงกลาง สือเหยารู้สึกกดดันยิ่งนัก ข้างกายทั้งสองฝั่งล้วนเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม นางจะด้อยกว่าพวกเขาไม่ได้เด็ดขาด
นางจัดท่าทางให้ดูสง่างาม ก่อนเดินราวกับกำลังเดินอวดโฉมอยู่บนเวที เผยท่วงท่าประหนึ่งจะประกาศว่า ‘พี่สาวนี่แหละคือราชินี’
จี้เหยียนรู้สึกขบขันอยู่บ้าง จึงเก็บงำรัศมีของตนลง ยินดีศิโรราบให้นาง
ฉู่อี้เองก็ถูกนางทำให้หัวเราะ เขาผ่อนฝีเท้าลง เพื่อให้นางได้แผ่รัศมีออกมาอย่างเต็มที่
จี้เหยียนกับฉู่อี้สบตากันโดยไม่รู้สาเหตุ ก่อนจะต่างคนต่างเชิดหน้าเบือนสายตาหนี ราวกับเกิดความเข้าอกเข้าใจกันอย่างประหลาด
