ชุดที่เด็กน้อยสวมใส่คืออาภรณ์สีชมพูหวานละมุนที่หออวิ๋นชางส่งมา ชายกระโปรงปักลายมวลบุปผาเริงระบำกับผีเสื้อด้วยเส้นทอง
ผีเสื้อน้อยพลิ้วไหวไปตามชายกระโปรง ราวกับมีชีวิต
มวลดอกไม้ใบหญ้าเหล่านั้นดูสดใสเปี่ยมชีวิตชีวาเช่นเดียวกับฉินโยวโยว
ซูม่อถังสวมกระโปรงสีทับทิมแพรโปร่งใสดุจหมอกควัน ชายกระโปรงปักลายดอกโบตั๋นเลื้อยพันด้วยเส้นทอง งามสง่าโอ่อ่า เสริมให้ใบหน้างดงามของนางยิ่งดูแพรวพราวมีเสน่ห์ขึ้นอีกขั้น
ฉินโยวโยวหมอบยู่ข้างขานาง มือน้อยลูบไล้ดอกโบตั๋นเบา ๆ แสงทองสายหนึ่งลอดหายเข้าไปในกระโปรงบาง ดอกโบตั๋นที่กำลังเบ่งบานงดงามพลันดูราวกับมีชีวิตขึ้นมาในชั่วพริบตา
“หอมจริงเจ้าค่ะ!” ซวงเย่ว์ที่ยืนอยู่ข้างซูม่อถังสูดจมูกฟุดฟิด “หวังเฟย ตัวท่านหอมกลิ่นดอกโบตั๋นไปทั้งตัวเลยเพคะ”
ซูม่อถังรู้ว่าเป็นฝีมือเด็กน้อยแน่แท้ จึงใช้นิ้วแตะปลายจมูกเล็ก ๆ ของนาง “โยวโยวผู้น่ารัก เจ้าทำให้ท่านแม่หอมฟุ้งเช่นนี้ ระวังจะถูกผึ้งต่อยเอานะ”
เด็กน้อยส่ายหน้า “ไม่หรอกเจ้าค่ะ!”
[ด้วยพลังเทพของโยวโยว ไม่มีผู้ใดทำอันตรายท่านแม่ได้ พวกเขาบอกว่าวันนี้คนมากมาย โยวโยวต้องปกป้องท่านแม่ให้ดี]
ที่แท้ไม่เพียงทำให้นางหอม ทว่ายังปกป้องนางอีกด้วย!
ซูม่อถังรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ รับเชือกห้าสีจากมือซวงเย่ว์มาผูกที่แขนของเด็กน้อย
“มานี่ สวมเชือกห้าสี หลีกภัยพิบัติและสุขภาพแข็งแรง!”
เวลานี้เอง จากถุงตุ๊กตาผ้าที่เด็กน้อยสะพายไว้ มีงูเขียวมรกตทั้งตัวเลื้อยออกมา
หางงูพันเกี่ยวที่สายถุง หัวงูยื่นมาทางซูม่อถัง
ฉินโยวโยวหัวเราะร่า ฟันน้ำนมขาวเรียงตัวเป็นมันวาว “ท่านแม่ งูน้อยบอกว่ามันอยากได้เชือกห้าสีด้วย ตุ๊กตาของข้าก็อยากได้ด้วย”
ซูม่อถังจากที่เคยหวาดกลัวในตอนแรก บัดนี้ก็ชินชาเสียแล้ว นางเลือกเส้นหนึ่งที่พอเหมาะจากจาน พันไว้ใต้หัวงูอสรพิษพลางผูกเป็นรูปผีเสื้อสวยงาม
งูอสรพิษดูมีความยิ่งนัก มันเลื้อยไปหน้ากระจกทองแดง ส่องซ้ายส่องขวา ส่ายหัวไปมา
พวกสาวใช้และหญิงรับใช้ต่างพากันตกตะลึง เอ่ยปากชม
“งูตัวนี้ช่างมีญาณวิเศษเสียจริง!”
“ต้องเป็นตัวเมียแน่ ๆ รักสวยรักงามถึงเพียงนี้”
……
เด็กน้อยจับหัวงูโยนกลับเข้าไปในถุงผ้า “เจ้าสวยได้ แต่อย่าสวยเกินโยวโยว!”
