องค์หญิงเล่อหยางตรัสจะเข้าเฝ้า ก็พาหลัวหรงเทียนเข้าวังไปจริง ๆ
องค์รัชทายาทถลึงตาใส่นางฮูหยินเฒ่าเหออย่างดุดัน “ไร้ประโยชน์!”
นางฮูหยินเฒ่าเหอตบต้นขาตัวเองแล้วรีบวิ่งตามองค์รัชทายาทออกไป
ทิ้งคนหลายสิบคนให้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เป็นครั้งแรกที่เห็นงานเลี้ยงเป็นเช่นนี้
“หากวันหน้าข้าได้ยินข่าวลืออันไม่ดี…” ฉินสวินอวี่เอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งเสียดแทงใจ
เขาพูดไม่ทันจบ ทุกคนก็เอ่ยว่า “ขออ๋องจ้านหวังโปรดวางพระทัย พวกเราจะปิดปากไม่พูดถึงเรื่องนี้แน่นอน”
สิ้นเสียงทุกคนก็แยกย้ายกันไปอย่างเป็นระเบียบ
“กลับกันเถิด!” ฉินสวินอวี่โบกมือให้สัญญาณซินซู่ แต่กลับถูกมือน้อย ๆ คว้าไว้
ฉินโยวโยวชี้ไปยังชายผู้มีท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ใต้ต้นไม้ที่ไม่ไกล “เสด็จพ่อ จับคนผู้นั้น!”
ซินซู่ลงมือรวดเร็ว เขาจับชายซึ่งสวมชุดบ่าวของจวนองค์หญิงโยนลงตรงหน้าฉินสวินอวี่ ชายนั้นยังคงงุนงง
เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของฉินสวินอวี่ ชายผู้นั้นดูเหมือนแม้แต่ลมหายใจยังติดขัด พูดตะกุกตะกักว่า “อ๋องจ้าน อ๋องจ้านหวัง เรียกตัวข้าน้อยมา มี มีสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ฉินโยวโยวเท้าสะเอว แผดเสียงน่ารักน่ากลัวว่า “ลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ที่นั่นทำสิ่งใด! จะสารภาพตอนนี้หรือรอให้ถูกทุบตีก่อนจึงค่อยสารภาพ เลือกเอาเองเถิด!”
“ข้าน้อยก็เป็นแค่บ่าว เมื่อครู่ก็แค่มาดูความครึกครื้น ข้าน้อยไม่สามารถเล่นสนุกกับท่านหญิงได้จริง ๆ” ชายผู้นี้รังแกที่ฉินโยวโยวตัวเล็ก พูดไปก็ลืมไปว่าเบื้องหลังเด็กน้อยมีผู้ใดอยู่
ฉินโยวโยวยักไหล่ โบกมือน้อย ๆ แสดงท่าทีสง่างามน่าเกรงขามว่า “ตี!”
ซูม่อถังตาเบิกกว้างตะลึงงันกับภาพตรงหน้า ฉินสวินอวี่กลับยอมตามเด็กน้อย ไม่ถามเหตุผลก็สั่งให้คนลงมือ
เด็กที่เมื่อครู่ยังออดอ้อนนางอยู่ ตอนนี้กลับดูคล้ายภูตน้อย กำลังจัดการบ่าวของผู้อื่น
ดูเหมือนนางจะไม่รู้จักผู้ใดเลยสักคน
ครุ่นคิดแล้วซูม่อถังก็กลืนคำถามและความสงสัยในใจลงไป นางไม่มีฐานะจะไปทัดทาน
