เฉาซินฉือได้ยินวาจานั้น น้ำตาก็ร่วงรินอีกครั้ง
ทั้งความเมตตาขององค์หญิงซีเฉิน และเคราะห์ร้ายของฟางเอ๋อร์
นางยื่นมือออกไปอย่างสั่นเทา เปิดผ้าที่คลุมบ่าฟางเอ๋อร์ เห็นบาดแผลก็รีบปิดกลับทันที
"องค์หญิง เชิญหลบไปก่อนเถิด หม่อมฉันเกรงว่าจะทำให้พระเนตรของท่านขุ่นมัว"
เฉาซินฉือพูดเสียงสะอื้น สายตาเว้าวอนมองไปทางหลงซานข้างหลังฉินโยวโยว
หลงซานเข้าใจรีบเข้าไปอุ้มเจ้านายน้อยของตน พาไปอีกด้านหนึ่ง
ฉินโยวโยวลอบกลอกตา ไม่รู้คนพวกนี้ระมัดระวังอะไรกันเกินไป ไม่มีใครคิดจะถามนางบ้างหรือว่าพลังเทพของนาง "มอง" ได้ไกลแค่ไหน
เมื่อครู่ที่ลานด้านนอก นางก็ใช้พลังเทพล่วงรู้ทุกสิ่งภายในหมดแล้ว ชัดเจนยิ่งกว่ามองด้วยตาด้วยซ้ำ
แต่นางก็รู้ ทุกคนล้วนปกป้องนาง ควรรู้คุณต่อความหวังดีของผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องพูดให้กระจ่าง
เมื่อเป็นเช่นนั้นก็หาอย่างอื่นทำเถิด
นางชี้ไปยังคนถูกมัดพวกนั้น แล้วบอกองครักษ์ข้างกายว่า "ไปหาไม้เรียวมาให้ข้า!"
หลงซานเดินมาหยุดห่างคนพวกนั้นสามก้าว ไม้เรียวก็ถูกส่งถึงมือเด็กน้อย
ด้านเฉาซินฉือ นางสะอื้นไปพลางสวมเสื้อให้ฟางเอ๋อร์ องครักษ์ที่ยืนอยู่รอบนางหันหลังกลับให้อย่างรู้งาน ให้เกียรติสาวใช้คนนั้นเป็นครั้งสุดท้าย
เฉาซินฉือเห็นท่าทางของพวกเขา ในใจก็ยิ่งรู้สึกดีต่อองค์หญิงซีเฉินและจวนอ๋องจ้านหวัง
ฉินโยวโยวยืนอยู่ตรงหน้าชายคนหนึ่งแล้ว ใส่พลังเทพลงในไม้เรียว แตะที่ขาชายคนนั้นเบาๆ
ไม่คาดคิดว่าขานั่นกลับส่งเสียงกระดูกหักลั่น ชายที่สลบอยู่พลันเจ็บจนตื่น ส่งเสียงร้องแหลม
"อ๊าก——"
องครักษ์ที่หาไม้เรียวให้ฉินโยวโยวถึงกับงุนงง จำได้ชัดว่าตนแค่หักกิ่งไม้มาอันหนึ่ง เหตุใดถึงมือองค์หญิงก็แตะเบาๆ ก็หักกระดูกคนได้
หรือว่ากระดูกชายคนนี้กรอบเกินไป
ยังมีคนประหลาดใจที่เสียงร้องดังขนาดนี้ เฉาซินฉือที่อยู่อีกมุมลานเหมือนไม่ได้ยินเลย
พวกเขาไม่รู้ว่านี่คือฉินโยวโยววางเขตพลังไว้ที่นั่น ให้นางไม่ได้ยินเสียงด้านนี้ เพื่อไม่ให้กระทบสิ่งที่กำลังทำ และเป็นการเคารพผู้ตาย
ชายคนนั้นลืมตาขึ้น เจ็บระบมจนตาพร่ามัว มองเห็นเพียงร่างเล็กเลือนราง
