สวนหลิ่วเฉวียนภายนอกเป็นเพียงสวนไร่นาธรรมดา แต่แท้จริงแล้วตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและสายน้ำ
หัวหน้าบ่าวผู้ดูแลสวนหลิ่วเหอถูกคนหามมาเข้าเฝ้าฉินสวินอวี่และซูม่อถัง ดูออกว่าเขาบาดเจ็บสาหัสนัก ใบหน้าเขียวช้ำแดงก่ำ ริมฝีปากไร้สีเลือด
“ข้าน้อยหลิ่วเหอพร้อมชาวไร่สวนหลิ่วเฉวียน ถวายบังคมท่านอ๋อง ถวายบังคมท่านหวังเฟย ถวายบังคมคุณหนูน้อย และถวายบังคมเหล่าผู้ทรงเกียรติ”
หลิ่วเหออกลั้นอัดอั้นกล่าวจบประโยคนี้ พลันทิ้งตัวนอนราบลงบนแผ่นกระดานประตูอย่างหนักหน่วง
“ลุกขึ้นเถิด” ซูม่อถังกวาดสายตามองทุกคน ในใจกลับยิ่งพึงใจสถานที่นี้ “ภายหลังต้องรบกวนท่านหมอเซวี่ยช่วยตรวจดูบาดแผลให้ด้วย”
ท่านหมอเซวี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมสวีเหลียงรีบประสานมือคารวะ “หวังเฟยวางพระทัย กระหม่อมจะทำสุดความสามารถ”
นายผู้คิดถึงคนในสวนไร่นาของตนเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจ การมาเมืองหลวงครานี้นับว่าน่าพึงใจเขายิ่งนัก
แม้จะรับทั้งครอบครัวของเขามา คล้ายมีทีท่าบีบบังคับ แต่หลังได้สัมผัสหลายวันมานี้ เขากลับโปรดปรานผู้คนในจวนอ๋องจ้านหวัง
“หวังเฟย นี่คือหลิ่วสือ ท่านมีบัญชาอันใด อยากถามสิ่งใดก็ถามเขาได้” หลิ่วเหอหอบหายใจถี่ “เขาเป็นคนซื่อตรง และสนิทสนมกับทุกครัวเรือนดี”
เมื่อมองคราหนึ่ง หลิ่วสือก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าเล่ห์ แม้ดูหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่แววตาบริสุทธิ์และสุขุม
“หัวหน้าบ่าวหลิ่วรีบกลับไปเถิด พวกเราไปชมเรือนด้านในกัน” ซูม่อถังเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางปรายตามองหลิ่วสือ
หลิ่วสือกว่าจะรู้ตัวก็ลูบศีรษะพลางกล่าวว่า “เชิญ เชิญตามข้า อ่าไม่ใช่ ตามข้าน้อยมาทางนี้”
หลิ่วสือแม้แต่คำพูดยังกล่าวไม่คล่อง แต่ซูม่อถังและฉินสวินอวี่ต่างพึงใจยิ่ง นี่คือท่าทีของหลิ่วเหอหัวหน้าบ่าวผู้นี้ พวกเขาไม่มีสิ่งใดปิดบัง
เพราะที่นี่แม้เป็นสินเดิมของสกุลหลู แต่ถูกฮูหยินหงดูแลมาหลายปี ไม่อาจบอกได้ว่าได้ส่งคนของตนเข้ามาหรือไม่ ยิ่งไม่อาจบอกได้ว่าคนเหล่านี้บัดนี้หัวใจฝักใฝ่ผู้ใด
ดังนั้นแต่แรกก็เผยความจริง เปิดหัวใจ เมื่อรู้กัน ช่วงหลังจึงจะไม่ขุ่นข้องหมองใจ
