อู๋ลี่น่ารู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง เหงื่อเย็นผุดขึ้นมาเป็นชั้น
เธอรู้ว่าคนนอกพูดถึงซีอวี้เจิงกันไปต่าง ๆ นานา
แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสถึงแรงกดดันจากตัวเขาอย่างแท้จริง
ฝ่ามือของเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอตะโกนใส่เขา “นายช่วยออกหน้าแทนเธอ งั้นนายก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกันนั่นแหละ!”
ซีอวี้เจิงทำหน้าไม่ยี่หระ พูดอย่างเอื่อยเฉื่อยว่า “เดิมทีฉันก็ไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว”
แต่ในเมื่อเธอบอกว่าเขาเป็นคนดี งั้นเขาจะเป็นคนดีให้เธอก็แล้วกัน
“จะไปไหม?” เขาเอียงหน้าถาม
อู๋ชิงเหยาพยักหน้า เดินอ้อมพวกเขาไปได้ครึ่งทางก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้
“เดี๋ยวก่อน” เธอเรียกให้หยุด
ซีอวี้เจิงขานรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
เขาคิดว่าเธอเสียดายผู้ชายคนนั้น เสียดายเงิน
สายตาจับจ้องแผ่นหลังของเธอที่เดินกลับไปอย่างไม่วางตา
ยิ่งเธอเดินห่างออกไป คิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดแน่น
กระทั่งวินาทีถัดมา
อู๋ชิงเหยาถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วโยนลงตรงหน้าพวกเขาอย่างเด็ดขาด
“ฉันไม่ทำแล้ว!”
ชาติก่อนเธอทำงานพิเศษอย่างบ้าคลั่งเพราะอยากได้เงิน เหนื่อยจนกลับถึงบ้านก็ล้มตัวลงนอนทันที ต่อให้ถูกลูกค้าคุกคามก็ไม่มีใครช่วยทวงความยุติธรรมให้ เธอได้แต่ระมัดระวัง อดทนกล้ำกลืน เพราะกลัวว่าจะตกงาน
ชาตินี้ในที่สุดเธอก็ได้รู้ว่า การพูดคำสี่คำนี้ออกมามันสะใจขนาดไหน!
เฟ่ยหยางหยางมองแผ่นหลังของเธอที่จากไปอย่างสง่าผ่าเผย
ทั้งที่เขาควรเป็นผู้ว่าจ้างที่โกรธแท้ ๆ ทำไมกลับรู้สึกโล่งอกเหมือนอาการแน่นหน้าอกหายไปก็ไม่รู้
อู๋ลี่น่ากัดฟันจนแทบจะแตก เธอไม่กล้าขวาง ได้แต่ยืนมองอู๋ชิงเหยาเดินออกจากร้านกาแฟไป
