“เธอไม่กินจริง ๆ เหรอ?” อู๋ชิงเหยากะพริบตากลมโตมองเขา
ไหล่ของเธอแคบและบอบบาง สายเส้นเล็กสองเส้นพาดอยู่บนบ่า เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าลึกเป็นร่อง ภายในห้องแคบอับแสงสลัว เธองดงามราวหยกเนื้อดีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ซีอวี้เจิงจ้องลำคอระหงของเธอ ปลายเขี้ยวคันยุบยิบ อารมณ์แปลกประหลาดทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด คิ้วขมวดมุ่นก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง
“ไม่กิน” เขาตอบ
อู๋ชิงเหยาเม้มปากครุ่นคิด ก่อนคีบดอกกะหล่ำขึ้นมาจากกล่องข้าวแล้วเอ่ยว่า
“รู้ไหมว่ากินเมนูนี้แบบไหนถึงจะอร่อยที่สุด?”
เปลือกตาซีอวี้เจิงกระตุกสองครั้ง ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นมา
“ให้ฉันป้อนนาย อร่อยที่สุดเลย”
อู๋ชิงเหยายิ้ม ดวงตางดงามโค้งหยีพลางเดินเข้าไปหาเขา “มา อ้าปากสิ ฉันป้อนให้”
ซีอวี้เจิงจ้องเธอเขม็ง
ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูด อู๋ชิงเหยาก็ชักมือกลับก่อน “ตะเกียบนี้ฉันใช้แล้ว นายรักความสะอาดขนาดนั้น คงไม่กินหรอก ช่างเถอะ”
ซีอวี้เจิงยกมือนวดขมับ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกเหมือนควบคุมอะไรไม่ได้
อู๋ชิงเหยากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ลืมจะรำพันกับระบบไปด้วย “ถ้ามีอะไรที่มองเห็นค่าความเกลียดชังได้ก็คงดี”
เธอรู้สึกได้ว่าซีอวี้เจิงมองเธอจนแทบปวดหัว
ระบบในหัวเธอใช้มือปิดตาตัวเอง ตัวสั่นงันงก 【โฮสต์ ไม่กลัวจริง ๆ เหรอ?】
อู๋ชิงเหยา “อย่าลืมสิ ฉันก็เรียนหมอมา เรื่องแบบนี้เจอจนชินแล้ว”
ถึงจะเรียนสัตวแพทย์ แต่ภาพที่เห็นก็แทบไม่ต่างกัน
ระบบ 【โฮสต์ รีบกินให้เสร็จแล้วออกไปกันเถอะ】
