หมีสีน้ำตาลฉลาดไม่น้อย แต่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง จึงได้แต่กะพริบตากลมโตอย่างงุนงง มองโจวเชาด้วยสีหน้าสับสน ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
โจวเชาเรียกจุยเฟิงที่อยู่ข้างเท้ามาหาเสียเลย “จุยเฟิง หมอบลง”
จุยเฟิงเชื่อฟังเป็นอย่างยิ่ง รีบงอขาทั้งสี่แล้วหมอบลงกับพื้นอย่างว่าง่าย
หมีสีน้ำตาลเข้าใจตัวอย่างทันที จึงทำตามอย่างเก้ ๆ กัง ๆ งอขาทั้งสี่แล้วค่อย ๆ หมอบลงกับพื้น ท่าทางทั้งซื่อบื้อทั้งเชื่อง ไม่เหลือเค้าความดุร้ายก่อนหน้านี้เลย
หลังจากนั้นโจวเชาก็ยกมือสั่งท่าทางง่าย ๆ ต่อเนื่องกันหลายอย่าง ท่าทางไหนที่จุยเฟิงทำได้ หมีสีน้ำตาลตัวนี้ก็ทำตามอย่างว่าง่ายทุกอย่าง เชื่องเสียจนไม่เหมือนสัตว์ยักษ์ป่าที่ไหนเลย
หลังได้ประมือกับหมีสีน้ำตาลตรง ๆ โจวเชาก็เข้าใจขีดความสามารถที่แท้จริงของตนในตอนนี้อย่างชัดเจนที่สุด
ด้วยร่างกาย พละกำลัง และความเร็วในตอนนี้ เขาสู้กับชายฉกรรจ์วัยหนุ่มยี่สิบคนพร้อมกันได้อย่างสบาย ๆ
จัดการหมีสีน้ำตาลเสร็จแล้ว โจวเชาก็เดินไปยังบริเวณที่ราชันหมูป่าอาศัยอยู่
สัตว์ยักษ์หนักพันชั่งตัวนี้มีแผลเก่าที่ขาหลังยังไม่หายดี ซ้ำยังได้แผลใหม่เพิ่ม จึงดูอ่อนแรงอยู่บ้าง
โจวเชานำน้ำพุวิญญาณออกมา ค่อย ๆ ป้อนให้มันทีละน้อย เพื่อช่วยบำรุงบาดแผลและเร่งฟื้นฟูเรี่ยวแรง
หมูป่าตัวผู้โตเต็มวัยตัวอื่น ๆ ในมิติ เพื่อให้เลี้ยงไว้ในคอกได้ง่ายขึ้นและป้องกันการต่อสู้กัน โจวเชาจึงจับทำหมันทั้งหมด จะได้เลี้ยงให้อ้วนได้อย่างสบายใจ
ส่วนหมีสีน้ำตาล เขาตั้งใจจะเลี้ยงไว้ในมิติไปก่อน ปัญหาเดียวก็คือเจ้าตัวนี้กินจุอย่างเหลือเชื่อ สัตว์เล็ก ๆ และพืชพรรณที่มีอยู่ในมิติตอนนี้คงไม่พอให้มันกินไปได้นาน
ยังดีที่แม่หมูโตเต็มวัยสองตัวซึ่งจับมาได้ก่อนหน้านี้คลอดลูกหมูออกมาสิบกว่าตัวแล้ว ฝูงหมูกำลังค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น พอจะประคองให้มีอาหารพอสำหรับการเลี้ยงดูในขั้นพื้นฐานได้
