“พวกเขาสองคนต้องไปเข้าชั้นเรียนอบรมครึ่งเดือน”
โจวเชาคิดในใจ: แค่ไปเข้าชั้นเรียนอบรมเองหรือ จะปล่อยให้พวกนั้นสบายเกินไปแล้ว ชาติก่อนคนทั้งครอบครัวถูกพวกเขาทำร้ายจนย่ำแย่ ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องเหล่านี้ ในใจของโจวเชาก็เจ็บปวดราวกับถูกเข็มทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จะปล่อยให้พวกนั้นสุขสบายแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด คราวนี้เขาจะไม่ให้โอกาสพวกนั้นได้เสียใจด้วยซ้ำ
โจวเชาพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวง เงยหน้ามองไปไกล ๆ แล้วเอ่ยเสียงเบา “ฉันจะไปชนบทแล้ว”
จางอ้ายจวินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันมามองโจวเชา “นายยกงานให้น้องสาวแล้วหรือ?”
โจวเชาพยักหน้า “ในฐานะพี่ชาย ฉันจะปล่อยให้เด็กผู้หญิงอย่างน้องไปชนบท ส่วนตัวเองหลบอยู่ในเมืองเสวยสุขได้ยังไง!”
จางอ้ายจวินพยักหน้าเห็นด้วย “ก็จริง นี่ไม่ใช่นิสัยนายเลย”
เขาตบไหล่โจวเชาเบา ๆ “วางใจเถอะ เรื่องที่บ้านนายฉันจะช่วยดูแลให้”
“ได้”
โจวเชาฟังคำพูดนั้นแล้วก็ปล่อยผ่าน ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจจางอ้ายจวิน แต่บางเรื่องต่อให้มีใจ ก็ใช่ว่าจะทำได้
บนโลกนี้ทุกอย่างล้วนคำนึงถึงผลประโยชน์ ชาติก่อนเรื่องของโจวหลิง จางอ้ายจวินก็เคยไปขอให้ปู่ของตัวเองช่วย แต่ถูกปฏิเสธ
จางอ้ายจวินเคยไปหาปู่ของเขา โจวเชารู้สึกซาบซึ้งใจจากก้นบึ้ง
โจวเชาเป็นแค่ลูกหลานสามัญชนที่อาศัยอยู่ในเรือนรวม ส่วนอีกฝ่ายเป็นลูกหลานข้าราชการ ทั้งสองมีฐานะต่างกันราวฟ้ากับดิน
คนที่อยู่ในตำแหน่งสูงต่างให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หากไม่มีสิ่งตอบแทน ใครจะช่วยโจวเชาโดยเปล่าประโยชน์
พึ่งภูเขา ภูเขาก็ถล่ม พึ่งคน คนก็หนี พึ่งตัวเองดีที่สุด โจวเชาที่ผ่านชีวิตมาสองชาติจะไม่เข้าใจหลักการเหล่านี้ได้อย่างไร หากตัวเองแข็งแกร่ง คนรอบข้างก็ล้วนเป็นคนดี
ก่อนจะจากไปชนบท เขาต้องกำจัดภัยแฝงที่อาจคุกคามความปลอดภัยของครอบครัวให้สิ้นซาก ตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งเค้า ไม่ใช่รอจนเรื่องบานปลาย
