งูตัวนั้นยาวราว 2 ฉื่อ คอเรียว หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม เป็นงูพิษที่ชาวบ้านเรียกกันว่าถู่ฉิวจื่อ
โจวเชาค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ในระยะไม่ถึง 2 เมตร ก่อนเก็บงูตัวนั้นเข้าไปในมิติอย่างแนบเนียน แล้วแยกพื้นที่เล็ก ๆ ไว้ขังมันโดยเฉพาะ
“อ๊า!”
ในที่สุดก็มาแล้ว เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดสั้น ๆ ดังแทรกเข้าหูโจวเชา ฟังแล้วช่างไพเราะเป็นพิเศษ
โจวเชาหันกลับไป มุมปากยกขึ้น แทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
ทุกคนถูกเสียงร้องของเฝิงเสี่ยวหู่ดึงความสนใจ ต่างหันไปมองเขา
พอเห็นเขาเอามือกุมคอ ท่าทางเหมือนตอนหลี่ซือซือถูกบุ้งไฟต่อยเมื่อเช้าไม่มีผิด ทุกคนก็เข้าใจทันทีว่าเขาเองก็ถูกบุ้งไฟต่อยเข้าแล้ว
เฝิงเสี่ยวหู่รีบคลานออกมาจากแปลงถั่ว นั่งยอง ๆ ลงกับพื้น ใบหน้ากระตุกเพราะความเจ็บ
เขาถ่มน้ำลายลงบนฝ่ามือแล้วป้ายที่คอ ก่อนชักมือกลับอย่างรวดเร็ว คิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม ยิ่งป้ายก็ยิ่งเจ็บ ถึงกับเจ็บจนน้ำตาไหล
พอเห็นหลี่ซือซือ เขาก็เดินเข้าไปถามใกล้ ๆ ว่า “สหายหลี่ซือซือ คอยังเจ็บอยู่ไหม?”
“ยังเจ็บอยู่นิดหน่อย”
เฝิงเสี่ยวหู่ได้ยินแล้วก็หันไปจ้องโจวเชา “โจวเชา หายามาให้ฉันบ้างสิ”
โจวเชาหัวเราะด้วยความโมโห “ทำไมฉันต้องหามาให้ด้วย?”
“พวกเราต่างก็เป็นสหายกัน ไม่ควรช่วยเหลือกันหรือไง?”
หลี่ต้าหย่งช่วยพูดเสริม “โจวเชา พวกเราเป็นกลุ่มเดียวกันนะ นายช่วยหายาให้เสี่ยวหู่หน่อย จะได้ไม่ทำงานไม่เสร็จจนถ่วงคนอื่น”
ยุวชนชายสองสามคนต่างมองโจวเชา ในใจหวังให้เขายอมช่วย หากตัวเองถูกต่อยขึ้นมาแล้วไม่มีใครช่วยจะทำอย่างไร
โจวเชาจ้องหลี่ต้าหย่ง “หัวหน้าทีมไม่ได้พูดไว้ตั้งแต่เช้าแล้วหรือ? คนละสองร่อง ทำไม่เสร็จก็ทำต่อพรุ่งนี้ ฉันทำส่วนของตัวเองเสร็จก็พอแล้ว”
พูดจบเขาก็ผิวปาก แล้วกลับไปยังร่องของตัวเอง
พอเห็นโจวเชาไม่สนใจ เฝิงเสี่ยวหู่ก็ได้แต่ไปหายุวชนเก่า
