โจวเชายื่นมือดึงเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนเข้ามาใกล้ พลางพูดว่า “เมื่อวานตรวจดูรีบร้อนไปหน่อย ยังตรวจไม่ละเอียด วันนี้ต้องตรวจให้ดีอีกสักรอบ”
“นายเนี่ยนะ เมื่อวานซืนยังทำเป็นวางมาดจริงจังอยู่เลย” ปากเธอหยอกเย้า แต่กลับไม่ขยับหนี ปล่อยให้โจวเชาดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน
แสงตะเกียงน้ำมันสีเหลืองนวลส่องลงมา ขับให้ผิวของเธอขาวผ่องดุจหิมะ
เมื่อวานซืนที่ตรวจร่างกายให้เธอนั้นรีบร้อนจริง ๆ ส่วนใหญ่แค่จับชีพจรกับฟังเสียงหัวใจคร่าว ๆ ตอนนั้นปิดประตูมืดสนิท ไม่ได้จุดตะเกียง จึงมองไม่ค่อยชัด
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พินิจเธอใกล้ ๆ แบบนี้ โจวเชาอดคิดในใจไม่ได้ว่าน่าสนใจไม่น้อย
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนถูกเขาจ้องจนหน้าแดงก่ำ ใบหูร้อนผ่าว รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
“พอได้แล้ว ฉันต้องกลับแล้ว!”
โจวเชาจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ ได้อย่างไร เรื่องที่วันก่อนเธอจงใจหยอกเขา เขายังจำได้ขึ้นใจ เขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น พอมีโอกาสดี ๆ แบบนี้ทั้งที ย่อมต้องเอาคืนให้ได้
โจวเชารู้สึกคอแห้งผาก จึงหยิบนมกล่องหนึ่งขึ้นมาดื่มสองอึก
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนแค่ปากแข็งเท่านั้น จะทนการแนบชิดใกล้ ๆ แบบนี้ไหวได้อย่างไร หัวใจเต้นตึกตักจนลมหายใจรวนไปหมด
ร่างกายเกร็งไปทั้งตัว พยายามข่มความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผุดขึ้นในใจ
“อย่า... อย่าทำแบบนี้ ฉันทนไม่ไหวแล้ว”
โจวเชาไม่หยุด
“ฉันยอมแพ้แล้ว! ขอร้องล่ะ!”
“ฉันผิดไปแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ!”
ดวงตาของเธอพร่าไปด้วยหยาดน้ำ ความรู้สึกซาบซ่านวาบหวิวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทำเอาเธออ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรง
