เพิ่งผ่านสี่ทุ่มไปไม่นาน โจวเชาก็คลุมผ้าดำปิดหน้า แล้วออกจากบ้านเหมือนทุกครั้ง
จากที่นี่ไปสะพานเป่ยซิงไกลถึง 5 ลี้ เขาจึงต้องออกเดินทางล่วงหน้า
สะพานเป่ยซิงเป็นเพียงชื่อสถานที่ที่มีคำว่าสะพาน แต่ที่นี่ไม่มีสะพานอยู่จริง สะพานหินที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิงถูกรื้อไปนานแล้ว แม่น้ำก็ถูกถมจนเรียบไปแล้วเช่นกัน
ทางแยกของสะพานเป่ยซิงทอดตัดกันไปมา เชื่อมต่อถึงกันทุกทิศทาง
ตรอกซอกซอยสลับซับซ้อน โจวเชาเดินมาถึงปากตรอกแห่งหนึ่ง
ในเงามืดมีคนยืนอยู่ เป็นสายที่คอยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวตอนกลางวันนั่นเอง โจวเชาอดชะงักไม่ได้
เขาคิดในใจว่า พี่ชายเอ๊ย คนสมัยหลังยังทำงาน 996 กันเลย แต่นี่นายเล่นเอา 007 ไปเลยหรือไง คิดจะทำงานจนคนอื่นตายคาที่รึไง!
โจวเชาดึงผ้าปิดหน้าลงเล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเป็นเขา ก็เอ่ยกำชับกฎสองสามข้อด้วยเสียงแผ่วเบา รับเงินหนึ่งเหมาไป แล้วชี้ทางให้ โจวเชาจึงเดินเข้าไปด้านใน
เมื่อเข้าไปแล้ว โจวเชาก็หามุมเปลี่ยวที่ไม่มีคน ก่อนจะวูบเข้าไปในมิติ เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าและปลอมตัวใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า คนที่ไม่คุ้นเคยกับเขาย่อมมองไม่ออกว่าเป็นคนเดียวกับเมื่อครู่
คนพวกนี้กล้าทำการค้าแบบนี้กลางดึก ถือว่าใจกล้าไม่น้อย แถมยังระแวดระวังตัวสูงมาก ระหว่างทางเขาเจอคนเฝ้ายามถึง 6 คน ทุกคนซ่อนตัวอยู่ในที่มืด
หากร่างกายของเขาไม่ได้แข็งแกร่งเหนือคนทั่วไป คงไม่มีทางสังเกตเห็นร่องรอยของพวกนั้น
ภายในตรอกมืดสนิท แผงขายของแต่ละร้านไม่ได้จุดตะเกียง มีเพียงธูปที่จุดทิ้งไว้ แผงแต่ละแผงตั้งห่างกันมาก มองจากไกล ๆ เห็นเพียงแสงแดงสลัว ๆ ประปรายในตรอก เงาคนซ่อนอยู่ในความมืดจนมองหน้าตาไม่ชัด
