ตลอดทางเฉินกุยเดินไม่รีบร้อน เขาคิดคำนวณในใจแล้ว ถ้าสู้ตอนกลางวันเขาเสียเปรียบแน่ ยังต้องคอยระวังเครื่องบินสอดแนมของพวกผีญี่ปุ่นอีก สู้ตอนกลางคืนรอให้พวกมันตั้งค่ายก่อนแล้วค่อยเข้าโจมตีจะดีกว่า
ตัวเขามีตัวช่วย ตอนกลางคืนกับกลางวันแทบไม่ต่างกัน แต่พวกผีญี่ปุ่นพอมืดค่ำก็มองไม่เห็นอะไรเลย นี่มันรนหาที่ตายชัด ๆ!
เดินมาจนถึงตอนเที่ยง เฉินกุยก็หยุดฝีเท้า กรมของพวกผีญี่ปุ่นยังอยู่ห่างออกไปมาก ตามที่เขาประเมิน ก่อนฟ้ามืดพวกมันน่าจะมาปะทะกับพวกเขา
งั้นก็รออยู่ที่นี่!
“หัวหน้า เป็นอะไรไป?”
เห็นเฉินกุยหยุด ซุนโหย่วเซิ่งก็เข้ามาใกล้
“เห็นป่าสนนั่นไหม?”
เฉินกุยชี้ไปยังป่าสนที่ขึ้นตามแนวหุบเขา สูงตระหง่าน รกทึบ
แม้จะเป็นฤดูหนาว ใบไม้ไม่เขียวสด แต่ก็พอจะซ่อนพวกเขาได้
“เอาล่อเข้าไปให้หมด พวกเราพักที่นี่ครึ่งวัน!”
“พักครึ่งวัน?”
หลี่หมิงหย่วนที่ตามมาด้วยกันพอได้ยินก็อดอุทานออกมาไม่ได้
ไหนบอกว่าจะมาตีพวกผีญี่ปุ่นไง มาพักครึ่งวันนี่มันอะไรกัน
เฉินกุยไม่ได้อธิบายอะไร เรื่องตัวช่วยอธิบายไปก็ไม่เข้าใจ ได้แต่โบกมือ
“พอแล้ว เข้าไปกินเสบียง นอนสักงีบ ส่วนเรื่องตีพวกผีญี่ปุ่นรอให้พักเสร็จค่อยว่ากัน!”
หลี่หมิงหย่วนอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ซุนโหย่วเซิ่งก็เอาแขนคล้องคอไว้แล้วพูดยิ้ม ๆ
“วางใจเถอะ ฟังหัวหน้าไม่มีทางผิด!”
เข้าไปในป่า เฉินกุยหาที่ที่ค่อนข้างราบเรียบ เอาผ้าห่มสนามที่ยึดมาได้ปู แล้วนอนเหยียดยาวลงไป
คนอื่น ๆ ที่เตรียมจะนั่งพักเดี๋ยวเดียวแล้วค่อยไปต่อ พอเห็นท่าทางแบบนี้ก็เอาอย่าง ล้มตัวลงนอนกับพื้น
