ทั้งสองคนมาถึงห้องที่เพิ่งเก็บกว้างชั่วคราว
หลี่หมิงหย่วนนั่งอยู่หน้าเครื่องวิทยุสื่อสาร เห็นพวกเขาเข้ามา ก็ยื่นโทรเลขที่ถอดรหัสแล้วมาให้ฉบับหนึ่ง
เฉินกุยรับมา ด้านบนเขียนว่า
“หน่วยของเฉินกุยมีผลงานโดดเด่น จึงขอเลื่อนยศเป็นพลโทพิเศษ ยศตามระบบเหลวซวี่ระดับพันตรีเอก สังกัดกรมกองพลกองโจรจินหลิงภายใต้คณะกรรมาธิการทหารโดยตรง ให้ยกฐานะขึ้นเป็นกองกำลังกองโจรชายแดนซูหว่านภายใต้คณะกรรมาธิการทหารโดยตรง หวังให้หน่วยนี้ชะลอข้าศึกต่อไป และสร้างผลงานเพิ่ม”
เฉินกุยอ่านจบยังไม่ทันพูด หลี่หมิงหย่วนก็หยิบกระดาษอีกแผ่นจากโต๊ะขึ้นมา
“หัวหน้า ยังมีอีกฉบับ”
เฉินกุยรับมา ด้านบนมีข้อความเพียงบรรทัดเดียว
“พวกโจรผีแนวเหนือถอนกำลังกลับมาหนุน หากหน่วยของท่านจะรักษาที่มั่นไว้ จะยันไว้ได้สักกี่วัน”
หลี่หมิงหย่วนกับซุนโหย่วเซิ่งมองเขาอยู่ รอฟังคำตอบ
เฉินกุยกำลังครุ่นคิดว่าจะตอบยังไง ซุนโหย่วเซิ่งก็พูดขึ้นก่อน “หัวหน้า ถ้าจะให้พวกเรายันจริง ๆ ตอนนี้กำลังพลก็น้อยเกินไป สู้เอาข้าวของเครื่องใช้กลับไปส่งก่อน แล้วค่อยรวบรวมคนที่ช่วยออกมาเมื่อสองวันนี้มาจัดระเบียบ คนเยอะหน่อยก็สู้ง่ายขึ้น”
“ใครบอกว่าฉันจะยืนหยัดสู้”
เฉินกุยขึงตาใส่เขา
ข้อดีตักตวงหมดแล้วยังไม่เผ่นอีก รออะไร
ส่วนพวกผีญี่ปุ่นที่ถอนกำลังจากแนวเหนือกลับมา เสียทหารนายพลไปตั้งกี่คน โดนปล้นข้าวของเครื่องใช้ไปอีกเพียบ แม้แต่พระดินดิบยังมีอารมณ์เดือดดาลได้สามส่วน อย่าว่าแต่พวกผีน้อยเลย
ตอนนี้พวกมันคงโกรธจนปอดแทบระเบิด ระดมพลหนักกลับมาล้างแค้น ไม่ไล่กระทืบเราก็แปลกแล้ว
เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีพวกผีน้อย พวกมันจะไล่ตามมาเหมือนหมาบ้าอย่างนั้นแหละ
นึกถึงในโทรเลขเมื่อกี้ได้ ที่ครั้งนี้ไม่ได้เขียนเหมือนก่อนว่าให้หาอาหารและอาวุธเอง เฉินกุยก็เกิดไอเดียขึ้นมา
