สวีเฮ่อชิงคือพรีเซนเตอร์เป็นทางการของคณะพลศึกษา แตกต่างไปจากเว่ยชวนที่เรียนเอกการฝึกกีฬา เขาเป็นคุณชายอ่อนโยนจากเอกบริหารการกีฬา
สุภาพและช่างเจรจา ด้วยใบหน้าหล่อเหลาและเสื้อเชิ้ตสีขาวก็คว้าตำแหน่งหนุ่มหล่อประจำมหาลัยมาได้
ที่เมิ่งถังชอบสวีเฮ่อชิง ต้องย้อนไปตั้งแต่ปีหนึ่ง
หลังการฝึกทหารได้ไม่นาน เธอกินเนื้อตุ๋นน้ำแดงครั้งแรกที่โรงอาหาร
ไม่คิดว่าเนื้อนั้นหมักด้วยกีวีที่เธอแพ้
กินเสร็จปากก็พองเป็นน้ำ ออกจากโรงอาหารแล้วทนไม่ไหว กอดถังขยะอ้วกจนแทบตาย
สวีเฮ่อชิงผ่านมาเจอตอนนั้นพอดี ช่วยบรรเทาความอึดอัดที่เมิ่งถังถูกจ้องมองและชี้นิ้วว่า
หลังจากนั้น เธอถูกสวีเฮ่อชิงส่งไปโรงพยาบาลในเครือมหาลัย Z
เขาอยู่ด้วยตลอด อดทนมาก และยังพลาดเวลากินข้าวอีก
เมิ่งถังอยากเลี้ยงข้าวเขา แต่ถูกเขาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
เพราะอยู่คนละคณะ หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ทุกครั้งที่เจอ สวีเฮ่อชิงล้วนอยู่บนเวที
และคนอย่างเมิ่งถัง ต่อให้ชอบมากแค่ไหนก็เก็บไว้ในใจเท่านั้น
ฉือหลานโน้มตัวเข้ามา บอกว่า "เว่ยชวนนี่หล่อจริง ๆ นะ"
ความสนใจของเมิ่งถังอยู่ที่สวีเฮ่อชิง ได้ยินแล้วก็เผลอตอบ "อืม" ไปโดยอัตโนมัติ
"เธอก็ว่าเขาหล่อ?" ฉือหลานเหมือนเจอพวกพ้อง "หยางเข่อชอบสวีเฮ่อชิงมากกว่า แต่เราว่าเขาดูอ่อนโยนนะ แต่จริง ๆ เข้าถึงยาก ยังไงเว่ยชวนก็ติดดินมากกว่า"
สิ้นเสียง การแข่งขันก็เริ่มต้น ฝ่ายฝึกกีฬาแย่งบอลได้แล้วบุกก่อน แต่ฝ่ายสอนพลศึกษาป้องกันแน่นหนา ไม่ยอมเสียแต้ม
บาสเกตบอลถูกส่งต่อสองคน มาถึงมือเว่ยชวน
เห็นเขาเพียงกระโดดเบา ๆ บาสเกตบอลก็ลอดห่วงหวดเปล่า ข้างสนามระเบิดตึงทันที
เปิดเกมด้วยสามแต้ม เว่ยชวนยิ้มกว้าง สีหน้ายียวนกวนประสาท
"อ๊ากกกก เว่ยชวน"
"โคตรหล่อเลย เปิดเกมแค่สิบวิเอง"
"ฝ่ายสอนพลศึกษาก็ป้องกันดีนะ เว่ยชวนเป็นคลาสเฉพาะบาสเกตบอล เก่งก็ปกติมั้ง"
"ไม่กี่ปีมานี้ CUBAL ของมหาลัย Z หยุดอยู่แค่รอบแปดทีมระดับประเทศ เว่ยชวนปีที่แล้วเป็นนักศึกษาใหม่ปีหนึ่ง ผิดคาด จับกลุ่มมรณะแล้วยังเข้ารอบสี่ทีม ปีนี้ไม่รู้จะเข้าไปถึงรอบชิงได้ไหม"
"ก็อันตรายอยู่หน่อย ๆ แต่ปีที่แล้วนัดนั้นดูแล้วมันส์จริง"
"…"
การแข่งขันจบลงเกือบสามทุ่ม ผลลัพธ์ไม่มีอะไรผิดคาด ฝ่ายฝึกกีฬาชนะ
เว่ยชวนที่ทำแต้มสูงสุดทั้งสนามถูกรุมล้อม เขาเลิกชายเสื้อทีมขึ้นมา เช็ดหน้าที่ชุ่มเหงื่อแบบลวก ๆ
"อ๊ากกกก ซิกแพคซิกแพค ฉันจะวาบแล้วนะ"
"ฮ่า ๆ …พวกนางร้ายตะกละเต็มไปหมด เขานี่กล้าจริง"
"หล่อเกินไป! เมื่อไหร่ฉันจะคบกับคนแบบนี้ได้บ้างนะ"
สาว ๆ รอบข้างเอียงคอมองตาละห้อย เมิ่งถังจากช่องว่างระหว่างผู้คนพอดีเห็นซิกแพคที่เป็นลอนชัดของเว่ยชวน
เพียงชั่วพริบตา ก็ถูกปิดมิดอีกครั้ง รอบข้างมีเสียงเสียดายระงม
เว่ยชวนไม่ยี่หระเลย โบกมือแล้วเดินจากไปพร้อมเพื่อนร่วมห้อง
"ฉันยังมีธุระนิดหน่อย พวกเธอกลับก่อนเถอะ" เมิ่งถังตบไหล่ฉือหลาน แล้วไล่ตามไป
การแข่งขันบาสเกตบอลเพิ่งเลิก บนถนนคนเยอะมาก เมิ่งถังได้แต่เดินตาม
จนเขากำลังจะเข้าหอชาย เธอถึงยอมกล้ำกลืนไล่ตามไป "เว่ยชวน รอก่อน"
เว่ยชวนและเพื่อนร่วมห้องหันมา ไม่เห็นเงาของสวีเฮ่อชิง เมิ่งถังโล่งอก
"ทำไมเป็นเธออีกแล้วล่ะ?" เว่ยชวนถอยหลบไปข้าง ๆ "อยู่ห่าง ๆ ฉันหน่อยนะ ตัวฉันเหม็นเหงื่อทั้งตัว ระวังจะฉุนเธอเอา"
"โหย พี่ชวนเรานี่คิดถึงใจจังเลยนะ"
เว่ยชวนเอาศอกกระทุ้งเพื่อนร่วมห้องที่แซว "ขำบ้าอะไร ไสหัวเข้าไป"
"ขอคุยด้วยสองต่อสองได้ไหม?" เมิ่งถังมีแววอ้อนวอน
อาจารย์ให้ข้อมูลมาแล้ว จำเป็นต้องเป็นเว่ยชวนแน่นอน
อีกอย่างเวลามีแค่นี้ ไม่พอให้เธอไปหาคนอื่น
เว่ยชวนจนใจ "ฉันไม่มีเวลาจริง ๆ"
เมิ่งถังกล้ำกลืนเปิดเผยตัวเอง "เปิดเทอมปีหนึ่ง นายทำกระเป๋าฉันพัง ยังจำได้ไหม?"
"…" รูม่านตาเว่ยชวนหด "เธอน่ะเหรอ?"
"ปีหนึ่ง? พี่ชวน พวกนายมีเรื่องกันด้วยนะ" เพื่อนร่วมห้องที่ยังไม่ไปเกาะประตูซุบซิบ
"คนที่นายจะสารภาพรักด้วยไม่ใช่เธอใช่ไหม?"
เว่ยชวนหันไปชี้ "ไม่ใช่เธอสักหน่อย จะแห่แซวอะไร"
เห็นเว่ยชวนมีท่าทางจะเดือดดาล หลายคนก็ผลักกันไปกันมาแล้วออกไป
เว่ยชวนเขินจนหูกับคอแดงไปหมด เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงว่าผ่านไปหนึ่งปี ยังต้องถูกขุดคุ้ยเรื่องเก่า
เขาคว้าข้อมือเมิ่งถังมาทันที พูดเสียงห้วน ๆ ว่า "ตามฉันมาก่อน"
เดินไปข้างหน้าพักใหญ่ มาหยุดใต้ต้นการบูรที่สูงเทียมหอชาย เว่ยชวนกระแอมอย่างอึดอัด "ฉันจ่ายค่ากระเป๋าให้เธอแล้วไม่ใช่เหรอ?"
เมิ่งถังก็กระดาก แต่เธอไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่มองเขาอย่างลำบากใจ
"ฉันยอมแล้ว ฉันติดหนี้เธอ" เว่ยชวนยีผมสั้น "เมื่อไหร่?"
ดวงตาเมิ่งถังสว่างวาบ "วันจันทร์ วันมะรืนนี้"
เว่ยชวนหยิบโทรศัพท์ออกมา "เพิ่มวีแชทไว้ ติดต่อได้ เธอชื่ออะไร?"
"เมิ่งถัง เมิ่งของเมิ่งจื่อ ถังของท้อแท้ (ดอกไห่ถัง)" เมิ่งถังพูดพลางหยิบโทรศัพท์ออกมา เพิ่มวีแชทกับเขา
เว่ยชวนพึมพำเบา ๆ "ชื่อนี้ทำไมคุ้นหูจัง"
เมิ่งถังไม่ได้ยิน ก้มหน้ามองหน้าจอ เปลี่ยนชื่อในวีแชทของเขาเป็น: เว่ยชวน
"ขอบคุณนะคะ วันนี้รบกวนแล้ว" เมิ่งถังนึกไม่ถึงว่าเรื่องจะราบรื่นขนาดนี้ แม้จะเสียหายตัวเองแปดร้อย "ฉันไปก่อนนะ"
"รอก่อน" เว่ยชวนยกแขนยาว ๆ ขึ้นมา กั้นเธอไว้ "ฉันเหมือนเคยได้ยินชื่อเธอ เธอเก่งงานแกะสลักไม้ใช่ไหม? เคยแกะรูปปั้นเล็ก ๆ ให้คนอื่น?"
เมิ่งถังพยักหน้า "เคยแกะค่ะ"
งานรับสมาชิกชมรม เธอใช้สิ่งนี้รับสมาชิก
เว่ยชวนเปลี่ยนเป็นประจบประแจงในหนึ่งวิ คิ้วโค้งงอ "งั้นเธอช่วยแกะให้ฉันอันนึงได้ไหม? ฉันจะใช้สารภาพรัก"
"ฉันไม่มีเวลา" เมิ่งถังตอบเสียงอ่อย "การบ้านเยอะเกินไป"
"ฉันไม่รีบ" เว่ยชวนบอก "งั้นเอาแบบนี้ ต่อไปเมื่อไหร่เธอขาดแบบวาด ก็เรียกฉันเมื่อไหร่ก็ได้"
ความคิดเมิ่งถังวกไป "ถอดหมดเลย…ก็ได้เหรอ?"
เว่ยชวนเงียบไปหลายวิ "…ที่แท้เธอหลงใหลในเรือนร่างฉันนี่เอง?"
"ไม่ใช่ไม่ใช่" ใบหน้าเมิ่งถังแดงก่ำ "ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น"
"แล้วเธอหมายความว่าไง?"
"ฉันแค่ดูระดับการยอมรับของคุณ" เมิ่งถังพูดไม่เก่ง คิดอยู่นาน ก็หาเหตุผลนี้มา
เว่ยชวนหัวเราะหึ "ยอมแค่ครึ่งท่อนบน"
เมิ่งถังปิดปากแน่น กลัวว่าตัวเองจะถามออกไปว่า "เปลือยข้างบนหรือข้างล่าง"
เพื่อนร่วมห้องชอบแซวว่าเธอพูดจนตกใจ เมิ่งถังรู้ดีถึงปัญหาของตัวเอง เธอแค่คิดตามไม่ทัน ปากวิ่งอยู่ข้างหน้า สมองวิ่งไล่ตามหลัง
"ตกลงยัง?" เว่ยชวนเร่งเสียง
กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจอีก เมิ่งถังรีบผงกหัว "ได้อยู่ แต่ไม้ต้องคุณออกเองแน่นอน"
"ฉันก็ไม่รู้เรื่อง" เว่ยชวนพูดอย่างมีเหตุผล "ใช้ไม้ที่ดีที่สุดของเธอเลย จะไม่ให้เธอทำฟรี ๆ ราคาเท่าไหร่ก็เท่านั้น"
เมิ่งถังตีกันไว้ก่อน "ถ้าเป็นฉันแกะ ราคาอาจไม่ถูกนะ"
"ได้" เว่ยชวนมีเงิน ตอบตกลงทันที แต่ก็ยังสงสัย "ทำไมถ้าเป็นเธอแกะ ราคาไม่ถูกล่ะ?"
เมิ่งถังด้านงานฝีมือไม่อวดดี แต่ก็ไม่พูดพร่ำ ว่า "สมราคาก็คือราคานั้น"
พูดอีกอย่างก็คือ เธอมั่นใจในฝีมือตัวเองมาก เว่ยชวนพยักหน้า
เมิ่งถังถาม "จะให้แกะอะไรคะ?"
เว่ยชวนนึกถึงพวงกุญแจกระเป๋าเจ้าชายน้อยกับดอกกุหลาบของเซี่ยหลิงอิน ว่า "แกะเป็นของตั้งโชว์ เจ้าชายน้อยกับดอกกุหลาบ ได้ไหม?"
เมิ่งถังชะงัก คนที่เขาจะสารภาพรักด้วยก็ชอบเรื่อง 'เจ้าชายน้อย' เหมือนกัน?
"ได้ไหม?"
เมิ่งถังได้สติ "ได้ค่ะ แต่ใช้เป็นแรงบันดาลใจได้เท่านั้น ไม่งั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์"
"โอเค"
สองคนตกลงกันแบบนี้
กลับมาถึงหอพัก เซี่ยหลิงอินไม่อยู่ เมิ่งถังไม่เคยสอดรู้สอดเห็น กลับเป็นฉือหลานที่ถามว่าเธอไปทำอะไรมา
เมิ่งถังบอก "วันจันทร์มีเรียน ไปหาแบบมาค่ะ"
สองคนคุยต่ออีกสองสามประโยคตามหัวข้อ
เมิ่งถังใช้มือทำงานหนักเป็นประจำ ไม่กล้าออกแรงทุกวัน วันอาทิตย์ก็เลยพักอยู่ในหอหนึ่งวัน
ตกเย็นกินข้าวเสร็จ เธอส่งเวลาเรียนให้เว่ยชวน
เว่ยชวนส่งอั่งเปามาให้เธอ
ตอนที่เมิ่งถังกำลังงง ข้อความเสียงของเขาก็ส่งมา "พรุ่งนี้เช้ารบกวนช่วยซื้อข้าวเช้ามาให้หน่อยได้ไหม? ฉันตื่นไม่ไหว"
"…"
เจ้าลูกคุณหนูชัด ๆ เมิ่งถังรับอั่งเปาค่าข้าวเช้าของเขา