แผ่นหลังของหนิงเวยเวยแข็งทื่อ ร่างทั้งร่างยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
เธอรู้จักเมิ่งเซิงมาเจ็ดแปดปีแล้ว ในความทรงจำของเธอ เมิ่งเซิงเป็นคนงดงามโดดเด่น สุขุมอ่อนโยน สง่างามและสดใสมาโดยตลอด
ไม่ว่าจะปฏิบัติต่อผู้คนหรือจัดการเรื่องราว เธอก็เต็มไปด้วยความอดทนและความเป็นมิตร
เธอไม่เคยเห็นเมิ่งเซิงตอนโกรธมาก่อน และไม่เคยรู้เลยว่าสายตาของอีกฝ่ายจะเย็นชาและน่าสะพรึงได้ถึงเพียงนี้
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างมีสีหน้าไม่ต่างจากหนิงเวยเวย
ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
หัวใจของหนิงเวยเวยเต้นเร็วขึ้น ทั้งรู้สึกผิดที่ทำเรื่องไม่ดีและตื่นตระหนกอยู่บ้าง หางตาของเธอกวาดมองแผ่นอะคริลิกที่อยู่ไม่ไกลโดยไม่รู้ตัว
เธอเลียริมฝีปากที่แห้งเล็กน้อย สีหน้าเจ็บปวดน้อยใจ แววตาน่าสงสารจับใจ ชวนให้รู้สึกเห็นอกเห็นใจขึ้นมาอีกหลายส่วน
“เซิงเซิง... คุณ...”
เมิ่งเซิงดึงแขนออกจากมืออีกฝ่ายอย่างเด็ดขาด สีหน้าเย็นชา ไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ แล้วเดินไปยังแถวที่สามซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด
แถวนี้มีแผ่นอะคริลิกแผ่นใหญ่หนึ่งแผ่น เชื่อมต่อกับแผ่นเล็กอีกหลายแผ่น
สกรูที่หนิงเวยเวยไปแตะนั้นไม่ได้สะดุดตาอะไร แต่เมื่อสกรูคลายตัว แผ่นอะคริลิกแผ่นอื่นก็จะรับน้ำหนักไม่ไหว กระทบกันเป็นทอด ๆ
เมิ่งเซิงขมวดคิ้วแน่น กวาดตามองอย่างตั้งใจ
ไม่นานนัก รูม่านตาของเธอก็หดลง ในที่สุดก็เห็นสกรูตัวที่คลายออก
สกรูคลายไปเกือบครึ่งแล้ว แม้จะไม่มีแรงจากภายนอกมาผลัก แต่แผ่นอะคริลิกหลายแผ่นขนาดนี้ก็มีน้ำหนักอยู่ในตัว
แผ่นอะคริลิกนั้นจะร่วงลงมาเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
เธอเม้มริมฝีปาก สีหน้าเคร่งขรึม ยกนิ้วเรียวชี้ไปยังสกรูตัวนั้น แล้วกวาดสายตาคมกริบผ่านพนักงานโดยรอบ ก่อนหยุดอยู่บนใบหน้าของหนิงเวยเวยหลายวินาที
