ทหารใหม่เหลือบมองเฉินชวนแวบหนึ่ง คิดว่าเขามาแย่งหมั่นโถวของตน จึงหันหลังไม่สนใจ
เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย
เฉินชวนคล้ายจะเข้าใจบางอย่าง จึงหยิบเสบียงแห้งครึ่งชิ้นจากเอว ยื่นส่งให้
“มาเถิด ข้ามิได้มาแย่งอาหารของเจ้า”
“ข้า...ข้าชื่อจางหู่!”
จางหู่ตอบแล้วฉวยเสบียงแห้งไปทันทีตอนเฉินชวนเผลอ ก่อนจะกลืนกินอย่างตะกละตะกลาม
หวังอู่เห็นภาพนั้นก็ยิ่งไม่เข้าใจ “น้องเฉิน เจ้านี่นอกจากตัวใหญ่แล้ว สมองยังไม่ค่อยดีอีกด้วย เจ้ายังจะ...”
จางหู่ดูเฉื่อยชาอยู่บ้าง ทว่าร่างกายกำยำล่ำสันนั้นชวนให้คนหวาดหวั่นจริง ๆ
ครู่ต่อมา
จางหู่กินเสบียงแห้งจนหมด
เฉินชวนจึงเอ่ยขึ้น “สนใจติดตามข้าหรือไม่...ข้าจะเลี้ยงข้าว!”
เดิมทีจางหู่ไม่สนใจและกำลังจะขยับเท้าจากไป แต่พอได้ยินคำว่าเลี้ยงข้าว ดวงตาก็พลันเป็นประกาย!
“ข้ากินจุยิ่งนัก!”
“กินได้ไม่อั้น!”
“ดี! ข้าจะติดตามเจ้า!”
“...”
เมื่อเห็นจางหู่ตอบตกลง หวังอู่ก็ถึงกับพูดไม่ออก “...”
คนอื่นรับสมัครทหาร อย่างน้อยก็ให้เงินหรือมอบผลประโยชน์ แต่พอเป็นเฉินชวน แค่เลี้ยงข้าวมื้อหนึ่งก็ได้แล้วหรือ?
จางหู่ยืดตัวตรงทันควัน ร่างกำยำเกร็งแน่น กล้ามเนื้อทั่วกายปูดโปน เสื้อทหารผ้าหยาบแทบถูกดันจนเสียรูป!
รัศมีดุดันเยี่ยงชายฉกรรจ์จากป่าดงแผ่ซ่านออกจากร่าง เพียงยืนอยู่ตรงนั้น บรรยากาศรอบข้างก็หนักอึ้งขึ้นหลายส่วน!
หวังอู่จึงเข้าใจว่าเหตุใดเฉินชวนถึงเลือกคนผู้นี้
เขาหารู้ไม่ว่า ตั้งแต่แรกเห็นจางหู่ เฉินชวนก็ใช้ ‘เนตรคู่ประกายจักรพรรดิ’ ตรวจดูสภาพร่างกายของอีกฝ่ายแล้ว!
นอกจากจะเฉื่อยชาอยู่บ้าง จางหู่ยังมีเลือดลมแข็งแกร่ง ร่างกายทรงพลัง ทั้งยังเป็นยอดฝีมือฝึกกายาแนวแข็งแกร่งโดยกำเนิด!
