เช้าวันต่อมา เสิ่นเจียเหอตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นแจ่มใส
เพิ่งยืดเส้นยืดสาย ก็เห็นหลินหย่วนโจวยืนทำหน้าตัดพ้ออยู่ตรงหน้า
พวกตัวประหลาดไม่ต้องนอน แถมไม่ค่อยมีรอยคล้ำใต้ตา ต่อให้อดนอนก็แทบดูไม่ออก
แต่สีหน้าไม่พอใจนั่นแทบจะล้นออกมาอยู่แล้ว
ใครไม่ตาบอดก็ต้องมองเห็น
เสิ่นเจียเหอลุกจากเตียงโดยไม่สนใจ ทำเป็นมองไม่เห็น
“ฉันออกไปหาเบาะแสก่อนนะ”
พูดจบก็จัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วเปิดประตูออกไป
เร็วเสียจนหลินหย่วนโจวยังไม่ทันได้พูดจาตัดพ้อด้วยซ้ำ!
เป็นผู้หญิงใจร้ายจริง ๆ!!!
เสิ่นเจียเหอออกจากห้องแล้วก็ไปหาหลินเซวียน
หลินเซวียนขดตัวหลับสนิทอยู่ในตู้เสื้อผ้า พอเสิ่นเจียเหอเขย่าปลุก เขาก็ลืมตาขึ้นมามองอย่างงัวเงีย
“พี่เสิ่น เช้าแล้วเหรอครับ?”
“อืม เมื่อคืนฉันเจอห้องใต้ดินในคฤหาสน์นี้ เดี๋ยวเราลงไปดูกันว่ามีเบาะแสอะไรไหม” เสิ่นเจียเหอบอก
หลินเซวียนตาสว่างขึ้นมาทันที มองเสิ่นเจียเหอด้วยแววตาชื่นชม
“พี่เสิ่นเก่งจริง ๆ! ถึงกับหาห้องใต้ดินเจอด้วย!”
หลินเซวียนออกจากตู้เสื้อผ้า แล้วขยับแข้งขยับขาเล็กน้อย
เขานอนในตู้เสื้อผ้ามาตลอดคืน รู้สึกไม่สบายตัวไปหมด
ทั้งสองลงไปชั้นล่าง ตั้งใจจะไปห้องใต้ดินแต่เช้าก่อนที่คนอื่นจะมา เพื่อดูว่ามีเบาะแสอะไรหรือไม่
แต่พอลงไปถึงชั้นล่าง ก็เจอจางช่านกับเฉียวหย่าหยาเข้าพอดี
เฉียวหย่าหยามองเสิ่นเจียเหอด้วยความโกรธเต็มหน้า
บางทีเธอคงนึกถึงเรื่องที่โดนเสิ่นเจียเหอตบคราวก่อน จึงไม่กล้าเดินเข้ามา ได้แต่ถลึงตาใส่แล้วกัดฟันถามว่า “เมื่อคืนทำไมเธอไม่ช่วยฉัน!”
