น่าเสียดายที่หลังเสิ่นหรูอี้พูดจบ สมาชิกหน่วยผลิตไม่ได้ถูกข่มขวัญเลยสักนิด กลับยิ่งรู้สึกรังเกียจเธอมากกว่าเดิม
เหลียวหงเสียเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อนว่า “พวกเรารังแกเธอตรงไหน? ที่พูดไปก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น เธอเองต่างหากที่มีความคิดความเข้าใจผิด ๆ แล้วยังจะมาโยนความผิดให้พวกเราอีกเหรอ?”
“หึ รู้จักตำรวจแล้วจะทำไม?”
“พวกเราไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย เขาจะจับพวกเราโดยไม่มีเหตุผลได้หรือไง?”
“อย่ามาขู่กันหน่อยเลย พวกเราไม่กลัวหรอก”
สมาชิกหน่วยผลิตคนอื่น ๆ ต่างก็คิดว่าเหลียวหงเสียพูดมีเหตุผล
ต่อให้เสิ่นหรูอี้มีเส้นสาย แต่พวกเขาไม่ได้ทำอะไร จะทำอะไรพวกเขาได้?
ที่นี่คือหน่วยผลิตหมู่บ้านอวี่โถว เป็นถิ่นของพวกเขา เสิ่นหรูอี้คงไม่คิดจะมาขี่คอสมาชิกหน่วยผลิตแล้วทำตัวกร่างหรอกนะ?
ใบหน้าเสิ่นหรูอี้เขียวคล้ำด้วยความโกรธ
ซูอันเห็นความเคลื่อนไหวทางนั้นเหมือนกัน ได้แต่คิดว่าเสิ่นหรูอี้นี่สมองมีปัญหาจริง ๆ
แต่ตราบใดที่ยัยสมองมีปัญหานั่นไม่มาหาเรื่องเธอ ซูอันก็ไม่คิดจะยุ่งเรื่องชาวบ้าน
ซูอันรีบจัดการงานส่วนของตัวเองกับงานของซุนซินซินจนเสร็จ จากนั้นก็เลิกงานเตรียมกลับบ้าน
ตอนนั้นเอง ลู่หว่านถิงรีบเข้ามาหาเธอแล้วทักทายก่อนว่า “ปัญญาชนซู สวัสดีค่ะ ฉันเป็นปัญญาชนที่เพิ่งมาถึงใหม่ ชื่อลู่หว่านถิง ลู่เจิ้นถิงเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของฉันค่ะ”
ซูอันเห็นปัญญาชนหญิงที่ดูห้าว ๆ มาทักทายอย่างเปิดเผย พอได้ยินว่าเธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของลู่เจิ้นถิงก็อดแปลกใจไม่ได้
