“ปัง! ปัง! ปัง!”
ตีหนึ่ง เสียงปืนรัวถี่ยิบพลันดังสนั่น ปลุกคนทั้งกองผลิตไป๋ซาวานให้ตื่นจากนิทรา
จากนั้นก็มีเสียงตีฆ้องทองแดงดังเค็ง ๆ ปะปนกับเสียงปืนและเสียงร้องไห้จ้าของเด็ก ๆ ที่สะดุ้งตื่น
“ฝูงหมูป่าเข้าหมู่บ้านแล้ว!”
หวังเชาเพิ่งลืมตา ประตูรั้วบ้านก็ถูกทุบดังปัง ๆ
“หัวหน้ากอง! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! นาอีกสิบกว่าหมู่ที่เหลือของกองถูกหมูป่าขุดพังหมดแล้ว!”
หวังเจี้ยนกั๋วยังไม่ทันสวมรองเท้า ก็วิ่งเท้าเปล่าออกมาจากบ้าน ใบหน้าซีดเผือด
ถ้านาข้าวสิบกว่าหมู่นี้เสียหายหมด ส่งข้าวหลวงไม่ได้ ตำแหน่งหัวหน้ากองของเขาคงรักษาไว้ไม่อยู่แน่
หวังเชาวิ่งออกจากบ้านแทบจะพร้อมกัน เดิมทีเขาคิดจะไปหยิบปืนที่บ้านปู่ แต่พอคิดอีกที ฝูงหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ไม่แน่ว่าจะบุกเข้ามาในลานบ้านเขาด้วย ถ้าเอาปืนไปเสีย คนแก่ เด็ก และผู้หญิงในบ้านก็จะตกอยู่ในอันตราย
“ลุงใหญ่ รอผมด้วย!”
เขาคว้ามีดฟืนที่วางอยู่ข้างกำแพงลานบ้าน แล้ววิ่งตามหวังเจี้ยนกั๋วไปทันที
“ไอ้เด็กเวร! ที่นี่อันตราย รีบกลับบ้านไป!”
“วางใจเถอะ ผมไม่เข้าไปมั่วหรอก! รีบไปเปิดเครื่องกระจายเสียงของกองเร็วเข้า!”
สำนักงานกองผลิตอยู่ใจกลางหมู่บ้าน วิ่งไปแค่สองนาทีก็ถึง
ไม่นานนัก ลำโพงขนาดใหญ่ก็ส่งเสียงซ่า ๆ ก่อนจะดังขึ้นพร้อมเสียงตะโกนร้อนรนของหวังเจี้ยนกั๋ว
“สมาชิกหมู่บ้านทุกคนฟังให้ดี! หมูป่าเข้าหมู่บ้านแล้ว! ผู้ชายคนไหนมีไฟฉายก็เอาไฟฉายมา ไม่มีไฟฉายก็จุดคบเพลิง แล้วไปไล่หมูป้าที่คันนา! จำไว้ ดูแลความปลอดภัยตัวเองก่อน อย่าเข้าไปใกล้เกินไป!”
หวังเชาวิ่งมาถึงคันนาตรงท้ายหมู่บ้าน ก็เห็นกองกำลังอาสาสมัครสิบคนกำลังยกปืนยิงหมูป่า
คนพวกนี้คัดเลือกมาจากในหมู่บ้าน ไม่เคยผ่านการฝึกจริงจัง ยืนอยู่ห่าง ๆ แถมยิงปืนไม่แม่น หมูป่าสามสิบกว่าตัวกำลังวิ่งเล่นขุดคุ้ยต้นข้าวในนา แต่พวกเขากลับยิงไม่โดนสักนัด
โดยเฉพาะตัวที่อยู่ใกล้พวกเขาที่สุด อย่างน้อยก็หนักสี่ร้อยกว่าชั่ง เขี้ยวยาวสองข้างใต้แสงจันทร์มองเห็นชัดแม้อยู่ห่างออกไปร้อยกว่าเมตร ดูราวกับราชาหมูป่าตัวจริง
ชาติก่อน คืนนี้หวังเจี้ยนกั๋วอาศัยความวุ่นวายตอนหมูป่าบุกหมู่บ้าน ปล่อยให้เขาหนีไป แถมยังยัดกระสุนสามร้อยนัดของกองผลิตกับปืนเมาเซอร์ 98K ของปู่ให้เขาอีก
มิน่าตอนนั้นเขาถึงหนีได้ราบรื่นขนาดนั้น ที่แท้เป็นเพราะหมูป่าก่อเรื่อง กองกำลังอาสาสมัครไม่มีเวลาตามจับเขาเลย
“ไอ้เด็กเวร มาทำอะไรตรงนี้ รีบกลับบ้านไป!”
ระหว่างที่พูดกัน ลุงสาม พ่อ และชายฉกรรจ์คนอื่น ๆ ในหมู่บ้านก็มาถึง พ่อยังแบกปืนเมาเซอร์ 98K ของปู่มาด้วย
“พ่อ! เอาปืนของปู่มาทำไมครับ? ถ้ามีหมูป่าตัวอื่นบุกเข้าไปในลานบ้านเราจะทำยังไง? ที่บ้านเหลือแต่คนแก่ เด็ก แล้วก็ผู้หญิงนะครับ! ทางนี้มีผมอยู่ รีบเอาปืนกลับไปเฝ้าบ้านเถอะ!”
พอกับลุงสามได้ยินก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาทันที มัวแต่รีบมาช่วยไล่หมูป่า จนลืมคนที่บ้านไปเสียสนิท
“ระวังตัวกันด้วยนะ! งั้นพ่อกลับก่อน!” หวังเจี้ยนปิงแบกปืนหันหลังวิ่งกลับบ้าน ในใจได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ที่บ้านเกิดเรื่องอะไรขึ้นเลย
“พ่อครับ! อายุปูนนี้แล้วยังมาทำไมอีก?”
หวังเจี้ยนเซ่อเห็นพ่อตาของเขาอยู่ท้ายฝูงชน มือยังกำปืนกระบอกนั้นไว้แน่น
พ่อตาของลุงสามเป็นเลขาธิการพรรคประจำกองผลิต ปีนี้อายุหกสิบแล้ว สมัยก่อนก็เป็นวีรบุรุษผู้กล้าต่อต้านญี่ปุ่น บ้านมีฐานะอยู่บ้าง แถมเคยเรียนหนังสือ หลังปลดแอกก็ทำหน้าที่เลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านมาตลอด
“ใช่แล้วครับ เลขาธิการผู้เฒ่า รีบกลับไปเถอะครับ เรื่องแบบนี้ให้พวกคนหนุ่มจัดการเอง!”
เลขาธิการผู้เฒ่าคนนี้แก่แต่กาย ใจยังไม่แก่ ยังคิดว่าตัวเองเป็นชายชาตรีสมัยออกไปรบกับญี่ปุ่น นิสัยดุร้ายเอาเรื่อง
“ไสหัวไป! ข้ายังไม่แก่จนไล่หมูป่าไม่ไหว!” พูดจบก็ยกปืนล่าสัตว์เล็งไปที่ราชาหมูป่าแล้วยิงออกไปหนึ่งนัด
คงเพราะอายุมากแล้วสายตาไม่ดี ต่อให้เมื่อหนุ่ม ๆ จะยิงแม่นแค่ไหน ก็สู้ความมืดกลางดึกไม่ได้ เดิมทีเล็งหัวไว้ แต่กลับยิงโดนขาหลังของราชาหมูป่าแทน
กระสุนนัดนี้ไม่ได้ทำให้หมูป่าหนี กลับยิ่งกระตุ้นความดุร้ายของมัน
ราชาหมูป่าเจ็บจนส่งเสียงครางฮึดฮัด ก่อนหันไปส่งเสียงร้องใส่หมูป่าด้านหลัง คล้ายออกคำสั่ง หมูป่าสามสิบกว่าตัวจึงพากันควบตะบึงเข้าหากองกำลังอาสาสมัครราวกับคลุ้มคลั่ง
ต้นข้าวในนาจะสูงหรือขึ้นหนาแน่นแค่ไหน ก็ขวางฝูงหมูป่าที่กำลังบ้าคลั่งไม่ได้
กองกำลังอาสาสมัครสิบคนนั้นกลัวจนแทบขวัญหนี ต่างถอยพลางยิงปืนส่งเดช แล้ววิ่งตะเกียกตะกายมาทางหวังเชา
“รีบหนีเร็ว! หมูป่าคลั่งแล้ว!”
สมาชิกหนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านยิ่งแตกตื่น ครึ่งหนึ่งโยนคบเพลิงทิ้งแล้วหันหลังวิ่งหนีไปทันที
ใคร ๆ ก็พูดกันว่า หมูป่ามาเป็นอันดับหนึ่ง หมีเป็นอันดับสอง เสือเป็นอันดับสาม ที่หมูป่าอยู่อันดับหนึ่งไม่ใช่เพราะมันสู้หมีหรือเสือแบบตัวต่อตัวชนะ แต่เพราะมันขยายพันธุ์เร็ว มีจำนวนมาก กล้าพุ่งเข้าใส่คนก่อน แถมนิสัยดุร้าย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตัวนี้เป็นราชาหมูป่าที่มีฝูงตามมาด้วย
แต่ยิ่งเป็นเวลาแบบนี้ หวังเชากลับยิ่งใจเย็น
ชาติก่อนเขาอยู่ในป่าลึกมาหลายปี พอกระสุนสามร้อยนัดหมด ก็อาศัยมีดเพียงเล่มเดียว ไม่รู้เชือดหมูป่าตัวใหญ่ไปตั้งกี่ตัว
ชาตินี้เขาได้กลับมาเกิดใหม่ ถ้าต้องยืนดูญาติตัวเองตายต่อหน้าต่อตา แล้วการได้มีชีวิตอีกครั้งจะมีความหมายอะไร
“ลุงสาม รีบพาเลขาธิการผู้เฒ่าหนีไป ผมจะถ่วงเวลาเอง!”
หวังเชาคาบด้ามมีดฟืนไว้ในปาก แล้วหันไปยืนขวางฝูงหมูป่า
หมูป่าสามสิบกว่าตัวรวมกันเป็นเงาทะมึน เตรียมจะพุ่งมาถึงตรงหน้าอยู่รอมร่อ
“ไอ้เด็กเวร! ไม่อยากมีชีวิตแล้วหรือไง รีบหนีเร็ว!” ลุงสามร้อนใจจนเสียงแหบพร่า
“ลุงสาม ไม่ต้องห่วงผม ผมรับมือไหว”
หวังเชาไม่แม้แต่จะหันกลับมา น้ำเสียงแข็งราวกับก้อนหิน
ลุงสามลนลานจนสติแตก เขาผลักพ่อตาออกไปทันที “พ่อ รีบหนีเร็ว!”
ถ้าหวังเชาเป็นอะไรไป เขาจะกลับไปอธิบายกับปู่ พี่รองกับพี่สะใภ้รองได้อย่างไร
ลุงสามไม่ทันคิดอะไรทั้งนั้น หันหลังเตรียมจะพุ่งกลับไป
ในจังหวะนั้นเอง
ราชาหมูป่านำฝูงพุ่งมาถึงตรงหน้าแล้ว
เขี้ยวยาวแหลมส่องประกายเย็นเยียบ
หวังเชาไม่หวั่นแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นจังหวะเหมาะ เขาถีบเท้ากับพื้นแล้วใช้สองมือคว้าหูของราชาหมูป่าไว้แน่น
ร่างทะยานขึ้นไปคร่อมหลังหมูป่า ใช้ขาทั้งสองข้างหนีบไว้แน่น ไม่ยอมคลายแรงเด็ดขาด
ราชาหมูป่าคลุ้มคลั่ง หมุนตัวไปมาพลางกระโดดและสะบัดอย่างบ้าคลั่ง หวังจะเหวี่ยงคนบนหลังให้ตกลงมา
หมูป่าสามสิบกว่าตัวที่อยู่รอบ ๆ ก็หยุดแล้วล้อมวนไปมา ต่างส่งเสียงฮึดฮัดหอบหายใจ
“ไอ้เด็กเวร! อดทนไว้! พวกเราจะไปช่วย!”
ลุงใหญ่เพิ่งไปเรียกคนผ่านเครื่องกระจายเสียง ตอนนี้กลับมาถึงแล้ว พอเห็นภาพตรงหน้าก็พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับลุงสาม
“อย่าเข้ามา! รีบกระโดดลงแม่น้ำ!” หวังเชาตะโกนเสียงดัง
หมูป่าจะดุหรือวิ่งเร็วแค่ไหน พอลงน้ำก็เคลื่อนไหวไม่ถนัด คนคล่องแคล่วกว่าพวกมัน
ลุงใหญ่กับลุงสามไม่ยอมฟัง ไม่เพียงไม่กระโดดลงแม่น้ำ กลับยิ่งวิ่งเร็วขึ้น ตั้งใจจะช่วยเขาให้ได้
หวังเชาตัดสินใจเด็ดขาด หากอยากทำให้ฝูงหมูป่าถอยไป มีเพียงวิธีเดียว—ฆ่าราชาหมูป่า
เขาหนีบขาแน่นกว่าเดิม มือขวาคว้ามีดฟืนที่คาบอยู่ในปาก แล้วฟันลงบนคอของราชาหมูป่าอย่างแรง
ราชาหมูป่าเจ็บจนร้องลั่น ดิ้นรนสุดชีวิต
แต่คนบนหลังราวกับงอกติดอยู่กับตัวมัน สะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด
หวังเชาบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ ฟันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่กลัวตาย
ใบหน้าและเสื้อผ้าเปื้อนโคลนเละ ๆ จากนาและเลือดหมูไปทั่ว ดูไม่ต่างจากคนป่า
สมาชิกหมู่บ้านที่กระโดดลงน้ำอยู่ริมแม่น้ำต่างมองตาค้าง
นี่ใช่หวังเชาคนที่ปกติชอบขโมยไก่ โดดงาน ไม่ยอมทำแต้มแรงงานจริงหรือ?
ลุงใหญ่กับลุงสามที่วิ่งมาถึงก็ยืนนิ่งค้าง ดวงตาเบิกกว้าง มองอยู่ตั้งนานกว่าจะได้สติ
หนังหมูป่าหยาบหนา แถมชอบเอาตัวไปถูต้นสนจนมีน้ำมันสนเกาะเป็นชั้นหนา ราวกับสวมเกราะไว้
แต่ถึงอย่างนั้นก็ทนหวังเชาฟันอย่างเอาเป็นเอาตายไม่ไหว มีดแต่ละดาบฟันเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
เต็มหนึ่งนาที คอของราชาหมูป่าก็ถูกฟันจนเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว
เนื้อเละ เลือดหมู และดินโคลนปะปนกัน
ราชาหมูป่าทนไม่ไหว ล้มครืนลงกับพื้น กระตุกอยู่สองสามครั้งแล้วก็สิ้นใจ
หมูป่าที่เหลือยังคิดจะพุ่งเข้ามา หวังเชาไม่กล้าหยุดพักแม้แต่นาทีเดียว เขาเหยียบซากราชาหมูป่า ชูมีดฟืนที่หยดเลือด แล้วตะโกนใส่ฝูงหมูป่าเสียงดุดัน
“อ๊าก——!”
ทั่วทั้งร่างเปื้อนโคลนและเลือด ดูราวกับเทพสังหาร ความดุดันของเขาทำให้ฝูงหมูป่าหวาดกลัวจนชะงักไปจริง ๆ
“เข้ามาเลย!” หวังเชาถือมีดพุ่งเข้าใส่
