เพ่ยจิ่วเหยียนกำลังขัดล้างปูอยู่ในลานบ้าน อาหารทะเลที่ฉินซุยซุยออกไปเก็บของทะเลเมื่อวานเอากลับมาเลี้ยงไว้ในถังใบใหญ่ สองวันนี้ต้องรีบกินให้หมด
เมื่อได้ยินเสียงจากข้างนอก เพ่ยจิ่วเหยียนก็เงยหน้าขึ้น เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสวมแว่นขอบทองคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตู กำลังชะเง้อมองเข้ามาในลานบ้าน พอเห็นเขามองมา ชายหนุ่มก็ยิ้มกว้างขึ้นมาทันที “สวัสดีครับสหาย ขอถามหน่อยครับว่าฉินซุยซุยอยู่ที่นี่หรือเปล่า ผมเป็นลูกพี่ลูกน้องห่าง ๆ ของเธอ มีธุระจะคุยด้วยสักหน่อยครับ”
ดวงตาคมกริบของเพ่ยจิ่วเหยียนหรี่ลงทันที แม้จะนั่งอยู่ แต่ท่าทางกลับดูสูงส่งน่าเกรงขามกว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้นมาก เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย พลางกวาดตามองอีกฝ่ายอย่างพินิจพิเคราะห์ จำไม่ได้เลยว่าแม่หนูนั่นมีลูกพี่ลูกน้องห่าง ๆ ด้วยหรือ
ทันทีที่เพ่ยจิ่วเหยียนตวัดสายตามองมา ซุนรูเหวินก็รู้สึกราวกับถูกดาบน้ำแข็งแทงทะลุร่าง เย็นยะเยือกไปทั้งตัว จนอึดอัดไม่สบายใจอย่างยิ่ง
ขณะที่เขาคิดว่าตนอาจมาผิดที่และกำลังจะเดินจากไป ฉินซุยซุยก็ได้ยินเสียงแล้วเดินออกมาจากในบ้าน พอเห็นซุนรูเหวิน เธอก็ชะงักไปนานกว่าจะนึกชื่ออีกฝ่ายออก “พี่รูเหวินหรือคะ?”
เพียงสามคำหลุดจากปาก เพ่ยจิ่วเหยียนก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ซุนรูเหวินกลับพยักหน้าหงึก ๆ ทันที “ใช่ ๆ ๆ ผมเอง! ซุยซุย จำผมได้ก็ดีใจจริง ๆ!”
ฉินซุยซุยรู้สึกหลากหลายปะปนกันอยู่ในใจ ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรใช้ท่าทีแบบไหนเผชิญหน้ากับซุนรูเหวิน
ซุนรูเหวินเป็นลูกของน้องสาวซุนหยุน ซึ่งเป็นภรรยาของหยางเจี้ยนคัง หรือก็คือหลานชายของซุนหยุน เขาอายุมากกว่าฉินซุยซุยแค่สองปี ตอนเด็ก ๆ มักตามหยางเจี้ยนคังไปเล่นที่ตระกูลฉินอยู่บ่อย ๆ แต่ต่อมาน้องสาวของซุนหยุนแต่งงานใหม่แล้วย้ายไปเมืองหยางเฉิง ซุนรูเหวินก็ย้ายตามไปด้วย ตั้งแต่นั้นพวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
ฉินซุยซุยลืมคนคนนี้ไปนานแล้ว ถ้าไม่ได้มาเห็นซุนรูเหวินตัวเป็น ๆ ตอนนี้ เธอก็คงนึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร
เห็นว่าฉินซุยซุยยังจำเขาได้ ซุนรูเหวินก็ดีใจ ทว่าไม่ลืมธุระสำคัญ “ซุยซุย วันนี้ผมมาหาเพราะป้าใหญ่ฝากข่าวมาให้! บ้านป้าใหญ่เกิดเรื่อง เธอรู้หรือยัง?”
